โรคที่ป้องกันได้ด้วยการวิ่ง

การวิ่งจัดเป็นการออกกำลังกายระดับพื้นฐานที่ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์มากมายซึ่งถือเป็นการลงทุนต่ำแต่ได้ผลกำไรด้านสุขภาพสูง ซึ่งโรคบางโรคนั้นถึงแม้จะรับประทานยาต่าง ๆ เข้าไปเป็นจำนวนมากแต่ก็ไม่ยอมหายสักที แต่เมื่อเริ่มออกกำลังกายด้วยการอย่างเป็นระบบ ไม่โรคที่กวนใจก็ให้ไปอย่างอัตโนมัติ -โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศชาย เธอเป็นอาการที่ผู้ชายวัยทองหลายคนต้องพบเจอ ดังนั้นการออกกำลังกายด้วยการวิ่งจะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้นและเป็นตัวส่งเสริมกระบวนการ แข็งตัวของอวัยวะเพศให้มีประสิทธิภาพ -โรคหลอดเลือดและหัวใจ ซึ่งโรคนี้ส่วนใหญ่นั้นมักจะมีสาเหตุมาจากไขมันสะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายและไปอุดตันตามหลอดเลือดจนเกิดเป็นความดันเลือดที่ไม่ปกติ แน่นอนว่าการวิ่งจะช่วยสลายไขมันไปได้มาก -โรคกระดูกพรุน สำหรับผู้ที่ไม่ออกกำลังกายเลยร่างกายจะค่อย ๆ ย่อยสลายมวลกระดูกเพราะคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำให้กระดูกมีความแข็งแรง ฉะนั้นการออกกำลังกายจะทำให้กระดูกกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง -อัลไซเมอร์ มันจะเกิดกับผู้สูงอายุ ซึ่งการออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างน้อย 75 นาทีต่อสัปดาห์จะช่วยให้สมองมีการทำงานที่ดีขึ้นมาก -ภูมิแพ้ เป็นโรคที่พบได้มากสำหรับชาวไทย ซึ่งการออกกำลังกายแบบแอโรบิกจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง บางคนที่เป็นภูมิแพ้อยู่และเริ่มออกกำลังกายด้วยการวิ่งอยู่เป็นประจำก็จะหายจากอาการภูมิแพ้ไปด้วยอัตโนมัติ

โลหะหนักในฝุ่น PM 2.5

ใน PM 2.5นอกจากจะก๊าซพิษผิดหลายชนิดแล้วยังพบโลหะหนักที่ปะปนอยู่ในฝุ่นละออง PM 2.5 อีกด้วย ซึ่งนี่ถือเป็นเรื่องอันตรายมากเพราะผู้คนที่อาศัยอยู่ในเขตมลภาวะอย่างนี้ก็ไม่ต่างจากการสูดดมไอปรอทหรือสารเคมีอันตรายเข้าสู่ร่างกายโดยตรง PM 2.5 ที่พบส่วนใหญ่ในเขตตัวเมืองมักจะมีธาตุโลหะหนักหลายชนิดปนอยู่ แต่ที่พบได้มากคือแคดเมียม ซีลีเนียม และสารหนู ที่มีต้นกำเนิดมาจากกระบวนการสันดาปเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ซึ่งพบได้มากจากควันท่อไอเสียของยานพาหนะและอุตสาหกรรมที่ไม่มีมาตรฐานในการจัดการกับมลพิษก่อนปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐานของสากลในประเทศไทยนั้นกำหนดให้ไม่ควรมีธาตุโลหะหนัก แคดเมียม ซีลีเนียม และสารหนู ปนอยู่ในอากาศเกินกว่า 4.16, 2.66 และ 6.12 ตามลำดับ แต่ในปริมาณฝุ่น PM 2.5 ที่ตรวจนั้นล้วนแต่มีธาตุโลหะหนักเหล่านี้เกินกว่าค่ามาตรฐานไปมาก โลหะหนักที่จะปนอยู่ใน PM 2.5 ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในเขตมลพิษได้โดยตรงและยังมีโอกาสที่จะเกิดผลกระทบระยะยาวเป็นโรคเรื้อรังและโรคมะเร็งตามมา ปัญหา PM 2.5 เป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องร่วมกันแก้ไขเพราะต้นเหตุของสิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดจากอุตสาหกรรมและวิถีชีวิตของคนในชุมชนทั้งนั้น โดยเฉพาะการใช้ยานพาหนะในเขตตัวเมืองที่มีผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นจำนวนมาก และถึงแม้การเผาไหม้ที่เกิดจากการทำเกษตรกรรมไม่ได้เป็นต้นเหตุของปัญหา PM 2.5 ก็ไม่ควรมองข้ามเพราะเมื่อมลพิษทางอากาศเหล่านี้ไหลมารวมกันก็จะกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่มากขึ้น

วิ่งช่วงไหนดีต่อสุขภาพ

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำว่านาฬิกาชีวิต ซึ่งสิ่งนี้หากมองในมุมวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์คือต่อมไพเนียลหรือต่อมใต้สมองของมนุษย์ที่จะคอยจดจำสังเกตว่าสภาพแวดล้อม เปลี่ยนไปลักษณะใดและควรจะมีการกระทำอย่างไร เช่น ในช่วงเวลากลางคืนเราก็จะรู้สึกง่วง และในช่วงเวลากลางวันที่มีแสงจ้าเราจะรู้สึกตื่นตัวซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นผลมาจากต่อมใต้สมอง แน่นอนว่าในการวิ่งออกกำลังกายก็มีช่วงเวลาที่เหมาะสมอยู่เหมือนกัน ถ้าหากตัดปัญหาเรื่องตารางเวลาในการใช้ชีวิตของแต่ละคนออกไปช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับมากที่สุดคือช่วงช่วงเย็นในเวลาประมาณ 17:00 น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายก้ำกึ่งอยู่ระหว่างความเหน็ดเหนื่อยและความตื่นตัว แล้วในการวิ่งนั้นจะเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสดชื่นและการวิ่งในช่วงนี้ยังจะได้รับแสงแดดอ่อน ๆ ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการย่อยสลายไขมันใต้ผิวหนังให้กลายเป็นวิตามินดีได้อีกด้วย แต่ถ้าไม่สะดวกก็อาจจะเลือกเป็นการวิ่งในช่วงหลังตื่นนอนก็ได้เหมือนกันถึงแม้ว่าในช่วงนี้สภาพร่างกายจะยังไม่ค่อยพร้อมสำหรับการออกกำลังกายอย่างหนักก็ตาม ดังนั้นถ้าหากต้องการวิ่งในช่วงหลังตื่นนอนก่อนวิ่งควรจะดื่มน้ำประมาณ 1 แก้วเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในเลือดหลังจากไม่ได้รับน้ำติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน และการวิ่งในช่วงเช้ายังมีข้อดีในเรื่องของอากาศเย็นสบาย สภาพอากาศปลอดโปร่ง นอกจากช่วงช่วงเย็นและช่วงเวลาตื่นนอนแล้วสำหรับบุคคลที่มีตารางเวลาไม่เป็นปกติอาจจะใช้การวิ่งก่อนนอนก็ได้แต่จะต้องห่างจากเวลาเข้านอนประมาณ 3 ชั่วโมง ทั้งนี้การวิ่งยังจะช่วยให้ร่างกายมีความเหนื่อยล้าและจะทำให้นอนหลับง่ายมากขึ้น

วิ่งอย่างไรให้ผอมใน 3 เดือน

ใคร ๆ ก็อยากมีหุ่นที่เฟิร์มสภาพร่างกายที่ดูดี แต่บางคนก็เลือกใช้วิธีแบบผิด ๆ จากการทานยาลดน้ำหนักหรือการควบคุมอาหารที่มากจนเกินไป ซึ่งการวิ่งนั้นถือเป็นการออกกำลังกายที่สามารถลดน้ำหนักได้มีประสิทธิภาพมากอย่างหนึ่งแต่ก็ต้องทำอย่างถูกวิธีด้วย ก่อนอื่นอยากจะแนะนำไว้เลยว่าในการลดน้ำหนักไม่ควรรีบจนเกินไปเพราะมีบุคคลจำนวนไม่น้อยที่รีบลดน้ำหนักโดยไม่สนสภาพร่างกายตนเองจนสุดท้ายผิวหนังตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายก็หย่อนยาน ไม่ยอมคืนสภาพซึ่งการจะรักษาให้ผิวหนังตอนนี้กลับมาเป็นปกติได้นั้นจะต้องอาศัยการผ่าตัดหรือทำให้กลับมาอ้วนเหมือนเดิมเท่านั้น ดังนั้นในการลดน้ำหนักในแต่ละเดือนไม่ควรจะลดมากเกินกว่า 4 กิโลกรัม กระบวนการที่ร่างกายจะนำไขมันที่สะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายออกมาใช้นั้นจะอาศัยออกซิเจนในการทำงานของกระบวนการเคมี ในการวิ่งจะต้องกำหนดลมหายใจให้สม่ำเสมอเพื่อรับออกซิเจนจากภายนอกเข้าไปช่วยให้ไขมันเกิดการสลายตัวได้ดี และในการวิ่งเพื่อลดน้ำหนักจะต้องวิ่งแบบไม่เต็มแรงแต่มีความสม่ำเสมอโดยปกติแล้วมักจะให้ชีพจรเต้นอยู่ที่ประมาณร้อยละ 75 หรืออยู่ที่ประมาณโซน 2 ในช่วงนี้ร่างกายจะสามารถดึงเอาไขมันตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมาแยกสลายเป็นพลังงานได้ดีที่สุด แต่สำหรับบางคนที่สามารถวิ่งตามวิธีนี้ได้ดีแล้วอาจ วิ่งช้าสลับกับเร็วเพื่อให้กล้ามเนื้อมีความท้าทาย แต่ยังไงก็ตามก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของการหายใจและอัตราการคิดเต้นของชีพจรให้เป็นไปอย่างสม่ำเสมออีกด้วย รับรองว่าหากวิ่งด้วยวิธีนี้ติดต่อกันไปทุกวันเป็นระยะเวลา 3 เดือนจะต้องผอมลงอย่างแน่นอน

หน้ากากอย่างไหนถึงจะปลอดภัยจาก PM 2.5

หลายคนมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้หน้ากากเพื่อป้องกันฝุ่นพิษ PM 2.5 โดยส่วนมากมักจะเลือกใช้หน้ากากอนามัยที่สถานส่งเสริมสุขภาพมีให้ใช้ แต่รู้หรือไม่ว่าหน้ากากอนามัยแบบนี้ สามารถป้องกัน PM 2.5 ได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น หน้ากากที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการป้องกัน PM 2.5 นั้นคือหน้ากากป้องกันมลพิษและสารเคมีชนิดครอบทั้งศีรษะ ซึ่งหน้ากากชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันตั้งแต่มลพิษและสารเคมีได้เกือบ 100% แต่คงไม่มีใครที่จะสวมหน้ากากชนิดนี้ในที่สาธารณะเป็นแน่ อีกทั้งหน้ากากชนิดนี้ยังมีราคาสูงมากเมื่อเทียบกับหน้ากากป้องกัน PM 2.5 ในรูปแบบอื่น หน้ากาก n95 เป็นหน้ากากที่สามารถใช้ป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้เป็นอย่างดี และยังมีประสิทธิภาพรวมถึงการป้องกันเชื้อไวรัสและเชื้อราที่ลอยอยู่ในอากาศได้อีกด้วย ตัว n95 มีประสิทธิภาพในการกรองมากถึง 95 เปอร์เซ็นต์แต่ก็มีอายุการใช้งานที่ประมาณ 3 สัปดาห์เท่านั้น หน้ากากอนามัยแบบกระดาษ 3 ชั้น เป็นหน้ากากอนามัยชนิดพิเศษที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ป้องกัน PM 2.5 ได้โดยเฉพาะแต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีประสิทธิภาพต่ำกว่า n95 อยู่ดี เพราะต้องลดต้นทุนในการผลิตเพื่อให้ประชาชนที่ไม่มีกำลังซื้อสามารถหาทางป้องกัน PM 2.5 ได้ ถ้าไม่สามารถหาหน้ากากป้องกัน PM 2.5 ได้จริง ๆ ก็อาจจะเลือกใช้เป็นหน้ากากอนามัยธรรมดาแต่ให้เอามาซ้อนกับทิชชู่และผ้าหนาก็จะช่วยได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามการใช้หน้ากากอนามัยอาจจะมีความลำบากอยู่บ้าง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ…

ทำอย่างไรเมื่อต้องอาศัยอยู่ในเขตมลพิษ PM 2.5

ถึงแม้เราจะทราบว่า PM 2.5 นั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ แต่ในทางปฏิบัติเราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงกับสถานที่ ที่มีมลพิษเหล่านี้ได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะเราต้องทำงานและปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ของตนเองต่อไปตามปกติ PM 2.5 นั้นสามารถส่งผลกระทบต่อเซลล์ต่าง ๆ ภายในร่างกายซึ่งเป็นต้นเหตุของการอักเสบ การเพิ่มอนุมูลอิสระที่ไม่เป็นผลดีกับร่างกาย การไหลเวียนเลือด ระดับแร่ธาตุในร่างกาย ซึ่งผลกระทบระยะสั้นอาจจะมีให้เห็นไม่มากเช่น การระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ การไอ จามมี เสมหะ น้ำมูก การกำเกิบของภูมิแพ้ การระคายเคืองตาแต่แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุของการเกิดโรคในระยะยาวอย่างการอักเสบเรื้อรังไปจนถึงโรคมะเร็ง PM 2.5 อยู่ในทุก ๆ ที่ ที่มีอากาศซึ่งเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยแต่ก็ยังสามารถป้องกันได้ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยที่มีประสิทธิภาพในการกรองอนุภาพที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า 0.3 ไมโครเมตรหรือ n95 และควรจะรับประทานอาหารที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระประกอบกับการออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ ปัญหาของฝุ่น PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างชัดเจนที่สุดคือเรื่องระบบทางเดินหายใจและการใช้หน้ากากอนามัยประกอบกับการดูแลตนเองขั้นต้นอาจจะไม่เพียงพอ ดังนั้นควรจะดื่มน้ำสะอาดให้มากเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับลำคอ โพรงจมูก รวมไปถึงเนื้อเยื่อภายในปอด และหมั่นรักษาความสะอาดภายในช่องปากเพื่อลดแบคทีเรียที่มีอยู่ในบริเวณนั้นไม่ให้กลายเป็นต้นเหตุของการเจ็บป่วย

ประโยชน์ของการวิ่ง

การออกกำลังกายด้วยการวิ่งอย่างถูกวิธีจะทำให้ร่างกายมีความแข็งแรงและยังมีงานวิจัยจำนวนมากที่ชี้ว่าการวิ่งนั้นจะช่วยป้องกันโรค 1. สภาพจิตใจที่ดีขึ้น เพราะการวิ่งนั้นเปรียบเสมือนกับการปลดปล่อยอารมณ์สิ่งที่อยู่ภายในจิตใจให้ออกไปและในขณะการออกกำลังกายร่างกายยังจะหลั่งสารโดปามีนซึ่งเป็นสารแห่งความสุขออกมาอีกด้วย 2 หุ่นดี แน่นอนว่าการวิ่งจะช่วยให้ร่างกายนำไขมันที่สะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายออกมาใช้งานและยังเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 3. ข้อต่อแข็งแรง เชื่อว่าหลายคนคงมีความเข้าใจว่าเมื่อใช้งานหัวเข่าหรือข้อเท้าด้วยการวิ่งแล้วจะทำให้อวัยวะส่วนนี้สึกหรอซึ่งจะเข้าใจแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดสักเท่าไหร่ แต่ถ้าหากออกกำลังกายด้วยการวิ่งอย่างเป็นประจำนั้นอวัยวะเหล่านี้จะเสียหายและซ่อมแซมจนมีสุขภาพแข็งแรงกว่าเดิมอย่างแน่นอน 4. ลดความดันโลหิตและห่างไกลโรค ซึ่งการครั้งละประมาณ 50 นาที สัปดาห์ละไม่ต่ำกว่า 4 ครั้งจะช่วยปรับให้ความดันเลือดในร่างกายอยู่ในเกณฑ์ปกติ ทั้งยังเป็นการลดใครมัน คอเรสเตอรอล ที่เป็นต้นเหตุของโรคเบาหวาน ไขมันอุดตัน ความดัน และโรคอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก 5. มีระเบียบวินัย การวิ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิบัติตามกติกากติกา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความมีระเบียบ หรือจะพูดว่ากันวิ่งเสมือนกับการปลูกฝังนิสัยความขยัน และจะเป็นบันไดที่ทำให้คุณเข้าไปสู่ความสำเร็จในเรื่องอื่น ๆ ได้ง่ายมากขึ้น