Category: วิธีเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน


ปกติทุกคนต้องสวมเสื้อผ้าเป็นประจำกันอยู่แล้ว หรือก็คือในหนึ่งปีเราสวมเสื้อผ้ากันตลอด 365 วัน ทำให้เสื้อผ้าที่มีต้องมากกว่า 1 ชุดอย่างแน่นอน ดังนั้นเราจึงควรมีตู้เสื้อผ้าไว้สำหรับเก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวอย่างน้อยคนละ 1 ตู้ แต่ถ้าใครมีเสื้อเยอะก็อาจจะมีมากกว่านี้ได้ หรืออาจจะเลือกซื้อแบบแยกประเภทสำหรับใส่เสื้อผ้ากันไปเลย เช่น ตู้สำหรับใส่เสื้อ สำหรับใส่กางเกง สำหรับใส่ชุดชั้นใน หรือสำหรับใส่ถุงเท้ารองเท้า เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะเลือกแบบไหนเราดูวิธีรวมๆ ในการเลือกซื้อกันก่อนดีกว่าว่าจะเลือกยังไงให้เหมาะและลงตัว 1. เลือกขนาดของตู้เสื้อผ้า โดยให้พิจารณาจากเสื้อผ้าที่มี รวมไปถึงสถานที่ที่จะนำตู้ไปตั้งมีขนาดกว้างหรือแคบแค่ไหน 2. ตู้เสื้อผ้าควรเป็นตู้ที่มีบานประตูปิดอย่างมิดชิด เพื่อป้องกันฝุ่นละอองต่างๆ เข้าไปจับเสื้อผ้า แต่ก็ต้องสามารถระบายอากาศได้ดีเพื่อช่วยป้องกันความอับชื้น เพราะเจ้าความอับชื้นที่เองที่เป็นตัวการสำคัญทำให้เสื้อผ้าของเราเกิดความเสียหายขึ้นได้ 3. เพื่อความสะดวกและประหยัดเนื้อที่การเลือกเป็นประตูบานเลื่อนก็ช่วยให้สามารถเปิดปิดได้สะดวกยิ่งขึ้น หรือใครที่พอมีงบประมาณมากหน่อยอาจจะทำเป็นตู้บิวอินเนียนเรียบไปกลับพนังก็ดูสวยได้แบบลงตัว ตู้เสื้อผ้าถือเป็นของใช้ส่วนตัวที่ควรมีแยกกันของแต่ละคน ไม่ควรใส่ปะปนกัน ดังนั้นก็เลือกแบบที่เจ้าตัวชอบมากที่สุด และสามารถเก็บของได้ตามความต้องการ


ห้องน้ำชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นห้องที่ต้องโดนน้ำหรือเปียกน้ำกันตลอด และในห้องนี้ก็มักจะมีของเล็กๆ น้อยๆ กระจุกกระจิกวางไว้ไม่ว่าจะเป็น สบู่ ยาสีฟัน น้ำยาป้วนปาก ยาสระผม ครีมนวดผม ครีมหมักผม ผ้าเช็ดตัว กระดาษทิชชู และอะไรอีกหลายอย่าง การมีตู้สักใบไว้ใส่ของต่างๆ เหล่านี้ก็จะช่วยให้ห้องดูเป็นระเบียบเรียบร้อยยิ่งขึ้น และยังไม่เกะกะไม่เผลอไปปัดหล่นหกเลอะเทอะกันอีกด้วย แต่การจะเลือกก็ต้องดูในเรื่องต่างๆ ประกอบด้วยเช่น 1. ตู้ต้องสามารถโดนน้ำได้ และต้องกันน้ำเข้าไปด้านในด้วยเช่นกัน เพื่อไม่ให้ของที่อยู่ภายในเปียกและเกิดความอับชื้น เพราะของบางอย่างเราก็อยากให้มันแห้งบ้าง อย่างเช่น ผ้าเช็ดตัว หรือกระดาษทิชชู เป็นต้น 2. ตู้ไม่ควรมีขนาดใหญ่จนเกินไป โดยเฉพาะใครที่บ้านมีห้องน้ำไม่กว้างมาก เพราะจะทำให้ห้องน้ำของคุณแคบลงไปได้ ที่สำคัญถ้าตู้ใหญ่มากบางครั้งก็ดูเกะกะ แถมยังทำความสะอาดยากอีกด้วย 3. สีสัน สามารถเลือกกันได้ตามชอบ ถ้าเลือกเป็นสีเดียวกันกับสุขภัณฑ์หรือพนังห้องน้ำก็จะช่วยให้ดูกลมกลืนสวยแบบลงตัว แต่ถ้าเลือกแบบที่มีสีสันตัดกันก็ช่วยให้ห้องน้ำดูสวยแปลกตา เป็นการช่วยเพิ่มสีสันให้กลับห้องน้ำได้เป็นอย่างดี ใครที่กำลังมองหาตู้เก็บของในห้องน้ำกันอยู่ Read more…


ปกติเรามักจะมีหนังสือเก็บไว้ในบ้านกันหลายเล่ม บางคนอาจจะเป็นห้องสมุดหย่อมๆ กันได้เลย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเรียน หรือหนังสือเอาไว้อ่านเพื่อเบาสมอง โดยเฉพาะถ้าใครเป็นนักอ่านหรือหนอนหนังสือกันด้วยแล้วรับรองได้เลยว่าคุณต้องมีหนังสือเก็บไว้เป็นจำนวนมาก แล้วทราบกันไหมว่าจริงๆ แล้วถ้าเราอยากให้หนังสืออยู่คงทนไปนานๆ เราต้องรู้จักวิธีการเก็บกันด้วย เพื่อให้หนังสือไม่ขาดหรือตัวอักษรลบเลือนไป อันดับแรกเลยเอาแบบง่ายๆ ก็คือการจัดให้เป็นระเบียบกันก่อนดีกว่า ดังนั้นการเลือกชั้นวางหนังสือจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับบ้านใครที่ต้องการจัดการจัดเก็บหนังสือให้เป็นระเบียบ และหยิบค้นหาได้ง่าย โดยคุณสามารถพิจารณาในการเลือกได้ดังนี้ 1. ขนาดให้ดูจากปริมาณของหนังสือที่ต้องการจะเก็บ รวมไปถึงสถานที่ที่ต้องการวางชั้นหนังสือว่ามีความกว้างขนาดไหน และภายในห้องนั้นมีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นอยู่หนาแน่นขนาดไหน สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดขนาดของชั้นวางหนังสือได้เป็นอย่างดี 2. ความคงทนแข็งแรง บอกได้เลยว่าหนังสือส่วนใหญ่จะค่อนข้างมีน้ำหนักมาก เราจึงควรเลือกชั้นวางหนังสือที่ผลิตมาจากวัสดุที่คงทนถาวร สามารถรับน้ำหนักได้ดี ปัจจุบันชั้นหนังสือถูกออกแบบและผลิตมาจากวัสดุหลากหลายประเภท เช่น ไม้เนื้อแข็ง ไม้อัด กระจก เหล็ก เป็นต้น 3. สีสัน เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม อันนี้อาจจะเลือกได้ตามความชอบ หรือเลือกให้กลมกลืนไปกลับห้องที่เรานำชั้นมาวางก็ดูสวยและกลมกลืน อีกหนึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่เหมือนจะมีความสำคัญและมีส่วนช่วยให้บ้านของคุณดูเป็นระเบียบเรียบร้อยยิ่งขึ้น


การนอนเป็นเรื่องจำเป็นของคนเรา และเราก็ควรนอนให้ได้อย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายสามารถเข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ซึ่งถ้าใครเป็นโรคนอนไม่หลับก็มักจะส่งผลถึงสุขภาพกันด้วย การนอนว่าสำคัญแล้วอุปกรณ์หรือเฟอร์นิเจอร์ในห้องนอนก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน อย่างเช่นเตียงที่ต้องมีกันเกือบทุกห้องอยู่แล้ว เราควรเลือกให้เหมาะเพื่อให้คุณหลับสบายตลอดทั้งคืน สำหรับวิธีการเลือกเตียงก็อย่างเช่น 1. อันดับแรกเลยต้องดูก่อนว่านอนกันกี่คน แล้วนอนดิ้นกันขนาดไหน ถ้านอนมากกว่า 1 คนและค่อนข้างนอนดิ้น ที่สำคัญห้องนอนมีเนื้อที่กว้างพอสมควรให้เลือกซื้อเตียงนอนที่ขนาดใหญ่ จะได้ดิ้นได้สะดวกช่วยให้หลับสนิทยิ่งขึ้น 2. วัสดุที่ใช้ควรมีความแข็งแรงทนทาน เพื่อให้สามารถรองรับน้ำหนักของเราได้ โดยเฉพาะถ้าใครที่มีรูปร่างอ้วน ควรพิจารณาเรื่องนี้เป็นหลัก เพื่อให้ไม่เกิดอันตรายในระหว่างหลับ อย่างเช่นเตียงหัก เป็นต้น 3. โดยส่วนใหญ่แล้วเวลาเลือกซื้อเตียงมักจะเลือกซื้อตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะเครื่องแป้งร่วมด้วย เป็นแบบเข้าชุดกันทำให้มีสีสันกลมกลืน ถ้าใครอยากแตกต่างลองเลือกสีสันที่ตัดกันดู รับรองได้เลยว่าห้องนอนของคุณจะสวยโดดเด่นแปลกตา แต่ให้เน้นเป็นโทนสีอ่อนหรือสีออกแนวขรึมๆ จะดีที่สุด เพราะสีก็มีอิทธิผลในการนอนหลับด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ถ้าคุณต้องการพื้นที่ใต้เตียงไว้เก็บของก็อย่าลืมเลือกเตียงที่ออกแบบให้มีตู้เก็บของใต้เตียงกันด้วย เพราะจะช่วยประหยัดเนื้อที่ในบ้านได้เป็นอย่างดี และยังช่วยให้คุณไม่ปล่อยเนื้อที่ให้เปล่าประโยชน์


เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วว่าคนเราต้องรับประทานข้าวอย่างน้อยวันละ 3 มื้อ บางคนอาจจะรับประทานมากหรือน้อยกว่านี้ ถ้าเป็นในยุคก่อนๆ เราคงนั่งล้อมวงกินข้าวกันกลับพื้น แล้วมีกับข้าวตั้งอยู่ข้างหน้า แต่ปัจจุบันนิยมนั่งทานกันบนโต๊ะมากกว่า เพราะสะดวกกว่ากันมาก กินไม่หมดก็อาจจะวางทิ้งไว้บนโต๊ะแล้วหาฝาชีครอบทิ้งไว้กันได้เลย แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงต้องช่วยกันยกเก็บไว้ในตู้กับข้าวหลังกินเสร็จ ทำให้เดี๋ยวนี้ตู้กับข้าวเลยได้รับความนิยมน้อยลงตามไปด้วย สำหรับวิธีการเลือกซื้อโต๊ะกินข้าวถ้าจะให้ดีคุณควรพิจารณาเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1. ขนาดของโต๊ะควรเลือกให้พอกับสมาชิกภายในครอบครัว หลายคนอาจจะบอกว่าทานไม่ค่อยพร้อมกัน แต่รับรองได้เลยว่าต้องมีวันใดวันหนึ่งที่อยากทานพร้อมๆ กัน อย่างเช่นในวันเทศกาลต่างๆ บางครั้งก็ไม่ได้มีแต่คนในครอบครัวอาจจะมีแขกมาร่วมรับประทานด้วย 2. วัสดุที่ใช้ทำโต๊ะควรเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานพอสมควร และต้องเป็นวัสดุที่สามารถโดนน้ำได้ เพราะแน่นอนอยู่แล้วว่าโต๊ะกินข้าวต้องมีอะไรหกหล่นบ้างไม่ว่าจะเป็น เศษอาหาร น้ำทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็น รวมไปถึงของเผ็ดๆ น้ำพริก น้ำปลา น้ำส้ม เป็นต้น ส่วนใหญ่จะนิยมโต๊ะกินข้าวที่ผลิตจากไม้ 3. เลือกโทนสีให้เข้ากันกับเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน และให้อารมณ์ของการทานอาหารจะดีที่สุด โต๊ะกินข้าวยังจัดเป็นสถานที่ที่สามารถรวมสมาชิกในครอบครัวให้มาทำกิจกรรมร่วมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ดังนั้นเลือกให้มีขนาดพอและมีที่ให้กับทุกคนในครอบครัวจะดีที่สุด


เก้าอี้พักผ่อนที่พูดถึงจะเป็นเก้าอี้ที่มีลักษณะปรับเอนนอนได้ เพื่อช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น ส่วนใหญ่จะนิยมนำเก้าอี้พักผ่อนตั้งไว้ในห้องนั่งเล่น หรือห้องดูทีวี เพราะจะช่วยเพิ่มบรรยากาศของการพักผ่อนได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าในบ้านเราไม่มีห้องต่างๆ เหล่านี้ หลายคนก็นิยมซื้อตั้งไว้หน้าทีวี เวลาดูจะได้เอนนอนหรือหลับกันไปเลย ปัจจุบันเก้าอี้พักผ่อนมีรูปแบบให้เลือกมากมาย แล้วจะเลือกแบบไหนดีวันนี้เรามีข้อแนะนำดีๆ มาฝาก 1. เลือกให้มีขนาดที่สามารถรองรับสรีระของผู้นั่งได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนที่มีรูปร่างค่อนข้างอวบ เก้าอี้ควรมีขนาดใหญ่กว่าตัวคุณออกมาเล็กน้อย เพื่อให้สามารถนั่งหรือนอนได้อย่างสบาย 2. เก้าอี้ควรผลิตมาอย่างได้มาตรฐาน ไม่ล้มหรือเอียงคว่ำได้ง่ายในขณะที่เราลงไปนั่ง บางแบบผลิตมาไม่สมดุลกันเวลาเอนนอนแล้วอาจจะหงายหลังเอาง่ายๆ ข้อนี้ถือว่าสำคัญ โดยเฉพาะถ้าใครจะเลือกซื้อให้คุณพ่อคุณแม่ หรือคุณปู่ คุณย่า ที่บ้านนั่ง ให้พิจารณากันดีๆ อย่าเห็นแก่ของถูกให้เลือกที่ความแข็งแรงและคุณภาพ 3. ก่อนการเลือกซื้อให้ทดลองนั่งกันก่อนว่าสบายมากน้อยแค่ไหน เบาะไม่ควรนุ่มหรือแข็งจนเกินไป และถ้าคุณมีงบมากหน่อยคุณอาจเลือกซื้อเป็นแบบเก้าอี้นวดในตัวก็จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและสบายยิ่งขึ้น ใครกำลังมองหาเก้าอี้พักผ่อนกันอยู่ก็อย่าลืมเลือกตามคำแนะนำด้านบน เพื่อให้คุณได้เก้าอี้ที่ได้มาตรฐานถูกใจ เหมาะสำหรับการพักผ่อนกันจริงๆ


ถ้าอยากให้บ้านดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น เราควรเก็บทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทาง อย่างรองเท้าก็เช่นกัน ยิ่งถ้ามีหลายคู่วางระเกะระกะไว้คงดูไม่ดีเป็นแน่ ทางที่ดีที่สุดก็คือเลือกซื้อชั้นหรือตู้สำหรับวางรองเท้าให้ดูเป็นสัดส่วนจะดีกว่า นอกจากจะดูเป็นระเบียบ สะดวกในการหยิบใช้งานแล้ว บางครั้งถ้าออกแบบดีๆ ยังเปลี่ยนมุมธรรมดาให้กลายเป็นมุมเก๋ภายในบ้านได้อีกด้วย สำหรับสิ่งที่ควรพิจาณาในการเลือกซื้อตู้วางเท้านั่นก็อย่างเช่น 1. อันดับแรกเลยให้พิจาณารองเท้าที่มีอยู่เสียก่อนว่ามากน้อยแค่ไหน แล้วค่อยตัดสินใจซื้อตู้ที่มีขนาดพอจะใส่รองเท้าได้หมด 2. สามารถเลือกได้ทั้งแบบตู้รองเท้าที่มีประตูปิดด้านหน้าจะช่วยทำให้บริเวณนั้นดูเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าซื้อเป็นแบบชั้นวางรองเท้าอาจจะดูไม่เรียบร้อยสักเท่าไร แต่ขอดีจะอยู่ตรงที่รองเท้าจะไม่อับชื้น และสามารถหยิบรองเท้าได้สะดวกกว่าแบบเป็นตู้ทึบ แต่ถ้าใครเลือกแบบตู้ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะอับชื้น เพียงแค่คุณหาถุงกันชื้นไปใส่ไว้ หรือเปิดตู้ทิ้งเอาไว้บ้างเมื่อมีโอกาส แค่นี้ก็ช่วยป้องกันความอับชื้นกันได้แล้ว 3. สีสันเลือกได้ตามความชอบกันเลย ปัจจุบันมีสีออกมากมายรับรองได้เลยว่าจะต้องมีสีที่ถูกใจคุณ ปัจจุบันชั้นวางรองเท้ายังมีการดีไซน์ออกแบบขึ้นมาให้คุณสามารถเลือกใช้ได้อยากหลากหลาย บางแบบยังทำให้มุมบ้านของคุณดูสวยสะดุดตา จนใครๆ อาจจะไม่คิดว่านี่คือตู้วางรองเท้ากันเลยทีเดียว


ถ้าบ้านไหนมีโต๊ะสำหรับรับประทานอาหารก็รับรองได้เลยว่าต้องมีเก้าอี้อย่างแน่นอน สำหรับโต๊ะรับประทานอาหารับมักนิยมวางไว้ในบริเวณห้องครัว หรือถ้าบ้านใครมีเนื้อที่กว้างหน่อยก็จะมีห้องรับประทานอาหารสำหรับตั้งโต๊ะโดยเฉพาะแยกต่างหาก ข้อดีก็คือจะทำให้กลิ่นอาหารและไอน้ำมัน หรือไอในระหว่างทำกับข้าวต่างๆ ไม่ลอยมาบริเวณรับประทานอาหาร หรือมีคราบติดที่โต๊ะอาหาร สำหรับการเลือกเก้าอี้ที่ใช้ก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน โดยคุณสามารถพิจารณาในเรื่องต่างๆ ได้ดังนี้ 1. ถ้าต้องการให้ดูสวยงามกลมกลืนควรเลือกเก้าอี้ที่มีรูปแบบเดียวกันกับโต๊ะ เช่น ถ้าเป็นโต๊ะไม้ ก็เลือกเก้าอี้ไม้ รวมถึงโทนสีก็ควรเลือกให้มีโทนสีเดียวกัน เป็นต้น แต่ถ้าใครชอบความแตกต่าง การเลือกสีให้ตัดกันก็ทำให้ห้องดูสวยแปลกตาไปอีกแบบ 2. ควรเลือกขนาดของเก้าอี้ไม่กว้างหรือใหญ่จนเกินไป ปกติเก้าอี้จะมีขนาดมาตรฐาน แต่เราอาจจะเลือกเพิ่มเติมอย่างเก้าอี้เด็ก เก้าอี้ผู้สูงอายุ หรือสำหรับผู้ที่ค่อนข้างอ้วน อาจจะต้องนั่งเก้าอี้ใหญ่และแข็งแรงเป็นพิเศษ 3. นอกจากความสวยงามแล้วเก้าอี้ควรมีความแข็งแรง คงทน สามารถรองรับน้ำหนักของผู้นั่งได้เป็นอย่างดี 4. ควรเลือกเก้าอี้ให้มีจำนวนพอดีกับสมาชิกภายในครอบครัว ถึงแม้ว่าคุณอาจจะไม่ได้รับประทานข้าวพร้อมกันก็ตามที เพื่อมีโอกาสพิเศษหรือมีงานสังสรรค์ภายในครอบครัว จะได้มีเก้าอี้เพียงพอสำหรับทุกคน ที่สำคัญก็อย่าลืมดูในเรื่องของความแข็งแรงของเก้าอี้กันด้วย ว่าชำรุดเสียหายหรือไม่ถ้าพบก็ควรทำการซ่อมแซมทันที เพื่อความปลอดภัยของคนในครอบครัว และก็เพื่อความอร่อยในการรับประทานอาหาร


โคมไฟไม่ได้มีประโยชน์แค่เพียงให้แสงสว่างเพียงเท่านั้น เพราะโคมไฟยังจัดเป็นของตกแต่งบ้านที่ทำให้ห้องดูเก๋ เปลี่ยนมุมมองใหม่ๆ ให้ดูดีขึ้นไปกว่าเดิม ถ้าต้องการนำโคมไฟมาตั้งโชว์ ส่วนมากแล้วนิยมวางไว้ตามมุมๆ ต่างของบ้าน เช่น มุมชุดโต๊ะรับแขก มุมบันไดบ้าน หรือมุมห้องเป็นต้น สำหรับรูปแบบโคมไฟที่นิยมเลือกนำมาตกแต่งบ้านก็อย่างเช่น 1. เป็นแบบมีโคมครอบด้านนอก มีลักษณะฐานด้านล่างกว้างกว่าด้านบน ดูออกแนวคลาสสิก ที่ค่อนข้างนิยมกันมาเป็นเวลานาน โคมไฟลักษณะนี้ช่วยทำให้บ้านดูหรู โคมลักษณะนี้นอกจากจะนิยมไว้ในห้องรับแขกแล้ว อีกที่ที่นิยมวางไม่แพ้กันนั่นก็คือบริเวณเตียงนอน แต่สำหรับในห้องนี้นอกจากจะช่วยให้ห้องดูสวยขึ้นแล้ว ยังสามารถใช้เป็นแสงสว่างในเวลาค่ำคืนได้อีกด้วย 2. โคมไฟแบบกลม นิยมติดตั้งไว้บริเวณรั้วบ้าน โดยตั้งไว้บนหัวเสา หรือไว้บริเวณหัวบันได โคมไฟลักษณะกลมช่วยให้โดยรอบดูโอนโยนขึ้น ไม่แข็งกระด้างจนเกินไป 3. โคมไฟในสวน ถ้าต้องการแบบประหยัดหน่อยมักนิยมติดเป็นโคมไฟโซลาเซลล์ ที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ราคาอาจจะสูงกว่าโคมไฟปกติทั่วไป แต่ก็สามารถช่วยประหยัดค่ากระแสไฟฟ้าในแต่ละเดือนได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเลือกโคมไฟแบบไหน ควรเน้นแบบที่สามารถช่วยประหยัดพลังงานได้เป็นหลักจะดีที่สุด เพราะนอกจะช่วยให้ห้องต่างๆ ภายในบ้านและบริเวณรอบบ้านดูดีแล้ว ยังช่วยคุณประหยัดค่ากระแสไฟฟ้าในแต่ละเดือนให้ไม่มากจนเกินไปได้อีกด้วย


โต๊ะหนังสือเป็นอีกหนึ่งเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านที่หลายๆ คนเลือกซื้อมาใช้สอย เพราะช่วยในเรื่องของความสะดวกได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นนั่งอ่านหนังสือ นั่งเขียนหนังสือ หรือนั่งทำงาน เป็นต้น ดังนั้นจะให้ดีเราควรเลือกให้เหมาะกันด้วย ยิ่งถ้าใครต้องนั่งเป็นเวลานานด้วยแล้วล่ะก็ ยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษ มาดูวิธีการเลือกซื้อให้เหมาะกับคุณกันดีกว่า 1. เลือกให้มีความสูงพอเหมาะกับสรีระของผู้นั่ง ปกติแล้วโต๊ะหนังสือโดยทั่วไปจะมีความสูงมาตรฐานอยู่ที่ประมาณเมตรกว่าๆ โดยเวลานั่งถ้ารู้สึกไม่พอดีเราอาจจะใช้วิธีเลื่อนระดับเก้าอี้ได้ 2. เลือกขนาดของโต๊ะหรือพื้นที่ด้านบนให้มีขนาดพอต่อความต้องการ หรือพอต่อการวางของต่างๆ แต่ก็อย่าลืมดูขนาดห้องกันด้วย ถ้าห้องแคบก็ไม่ควรเลือกโต๊ะที่ใหญ่จนเกินไป เพราะคุณจะรู้สึกอึดอัดแล้วห้องก็จะแคบลงมาแบบทันทีใดที่เอาโต๊ะเข้าไปว่างกันได้เลย 3. ถ้ามีงบประมาณมากพอแนะนำให้เลือกโต๊ะที่ทำมาจากวัสดุที่คงทนถาวร เพราะจะได้เก็บไว้ใช้งานกันนานๆ ปัจจุบันโต๊ะผลิตมาจากวัสดุหลากหลายชนิด แต่ที่นิยมก็คงไม่พ้นที่ทำมาจากไม้ เพราะให้อารมณ์ของการพักผ่อนได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าใครชอบแบบที่มีสีสันสวยๆ คุณก็สามารถเลือกที่ผลิตมาจากวัสดุประเภทอื่นได้เช่นกัน โต๊ะที่มีสีสันสดๆ มีส่วนช่วยให้ห้องไม่มืดทึบและดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ใครกำลังมองหาโต๊ะสักตัวอย่าลืมทำตามคำแนะนำข้างบนกันดู รับรองได้เลยว่าคุณจะได้โต๊ะหนังสือที่ถูกใจอย่างแน่นอน