ออกกำลังกายด้วยการ วิ่ง!

หน้ากากอย่างไหนถึงจะปลอดภัยจาก PM 2.5

หลายคนมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้หน้ากากเพื่อป้องกันฝุ่นพิษ PM 2.5 โดยส่วนมากมักจะเลือกใช้หน้ากากอนามัยที่สถานส่งเสริมสุขภาพมีให้ใช้ แต่รู้หรือไม่ว่าหน้ากากอนามัยแบบนี้ สามารถป้องกัน PM 2.5 ได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น หน้ากากที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการป้องกัน PM 2.5 นั้นคือหน้ากากป้องกันมลพิษและสารเคมีชนิดครอบทั้งศีรษะ ซึ่งหน้ากากชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันตั้งแต่มลพิษและสารเคมีได้เกือบ 100% แต่คงไม่มีใครที่จะสวมหน้ากากชนิดนี้ในที่สาธารณะเป็นแน่ อีกทั้งหน้ากากชนิดนี้ยังมีราคาสูงมากเมื่อเทียบกับหน้ากากป้องกัน PM 2.5 ในรูปแบบอื่น หน้ากาก n95 เป็นหน้ากากที่สามารถใช้ป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้เป็นอย่างดี และยังมีประสิทธิภาพรวมถึงการป้องกันเชื้อไวรัสและเชื้อราที่ลอยอยู่ในอากาศได้อีกด้วย ตัว n95 มีประสิทธิภาพในการกรองมากถึง 95 เปอร์เซ็นต์แต่ก็มีอายุการใช้งานที่ประมาณ 3 สัปดาห์เท่านั้น หน้ากากอนามัยแบบกระดาษ 3 ชั้น เป็นหน้ากากอนามัยชนิดพิเศษที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ป้องกัน PM 2.5 ได้โดยเฉพาะแต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีประสิทธิภาพต่ำกว่า n95 อยู่ดี เพราะต้องลดต้นทุนในการผลิตเพื่อให้ประชาชนที่ไม่มีกำลังซื้อสามารถหาทางป้องกัน PM 2.5 ได้ ถ้าไม่สามารถหาหน้ากากป้องกัน PM 2.5 ได้จริง ๆ ก็อาจจะเลือกใช้เป็นหน้ากากอนามัยธรรมดาแต่ให้เอามาซ้อนกับทิชชู่และผ้าหนาก็จะช่วยได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามการใช้หน้ากากอนามัยอาจจะมีความลำบากอยู่บ้าง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ…

ทำอย่างไรเมื่อต้องอาศัยอยู่ในเขตมลพิษ PM 2.5

ถึงแม้เราจะทราบว่า PM 2.5 นั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ แต่ในทางปฏิบัติเราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงกับสถานที่ ที่มีมลพิษเหล่านี้ได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะเราต้องทำงานและปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ของตนเองต่อไปตามปกติ PM 2.5 นั้นสามารถส่งผลกระทบต่อเซลล์ต่าง ๆ ภายในร่างกายซึ่งเป็นต้นเหตุของการอักเสบ การเพิ่มอนุมูลอิสระที่ไม่เป็นผลดีกับร่างกาย การไหลเวียนเลือด ระดับแร่ธาตุในร่างกาย ซึ่งผลกระทบระยะสั้นอาจจะมีให้เห็นไม่มากเช่น การระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ การไอ จามมี เสมหะ น้ำมูก การกำเกิบของภูมิแพ้ การระคายเคืองตาแต่แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุของการเกิดโรคในระยะยาวอย่างการอักเสบเรื้อรังไปจนถึงโรคมะเร็ง PM 2.5 อยู่ในทุก ๆ ที่ ที่มีอากาศซึ่งเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยแต่ก็ยังสามารถป้องกันได้ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยที่มีประสิทธิภาพในการกรองอนุภาพที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า 0.3 ไมโครเมตรหรือ n95 และควรจะรับประทานอาหารที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระประกอบกับการออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ ปัญหาของฝุ่น PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างชัดเจนที่สุดคือเรื่องระบบทางเดินหายใจและการใช้หน้ากากอนามัยประกอบกับการดูแลตนเองขั้นต้นอาจจะไม่เพียงพอ ดังนั้นควรจะดื่มน้ำสะอาดให้มากเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับลำคอ โพรงจมูก รวมไปถึงเนื้อเยื่อภายในปอด และหมั่นรักษาความสะอาดภายในช่องปากเพื่อลดแบคทีเรียที่มีอยู่ในบริเวณนั้นไม่ให้กลายเป็นต้นเหตุของการเจ็บป่วย

ประโยชน์ของการวิ่ง

การออกกำลังกายด้วยการวิ่งอย่างถูกวิธีจะทำให้ร่างกายมีความแข็งแรงและยังมีงานวิจัยจำนวนมากที่ชี้ว่าการวิ่งนั้นจะช่วยป้องกันโรค 1. สภาพจิตใจที่ดีขึ้น เพราะการวิ่งนั้นเปรียบเสมือนกับการปลดปล่อยอารมณ์สิ่งที่อยู่ภายในจิตใจให้ออกไปและในขณะการออกกำลังกายร่างกายยังจะหลั่งสารโดปามีนซึ่งเป็นสารแห่งความสุขออกมาอีกด้วย 2 หุ่นดี แน่นอนว่าการวิ่งจะช่วยให้ร่างกายนำไขมันที่สะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายออกมาใช้งานและยังเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 3. ข้อต่อแข็งแรง เชื่อว่าหลายคนคงมีความเข้าใจว่าเมื่อใช้งานหัวเข่าหรือข้อเท้าด้วยการวิ่งแล้วจะทำให้อวัยวะส่วนนี้สึกหรอซึ่งจะเข้าใจแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดสักเท่าไหร่ แต่ถ้าหากออกกำลังกายด้วยการวิ่งอย่างเป็นประจำนั้นอวัยวะเหล่านี้จะเสียหายและซ่อมแซมจนมีสุขภาพแข็งแรงกว่าเดิมอย่างแน่นอน 4. ลดความดันโลหิตและห่างไกลโรค ซึ่งการครั้งละประมาณ 50 นาที สัปดาห์ละไม่ต่ำกว่า 4 ครั้งจะช่วยปรับให้ความดันเลือดในร่างกายอยู่ในเกณฑ์ปกติ ทั้งยังเป็นการลดใครมัน คอเรสเตอรอล ที่เป็นต้นเหตุของโรคเบาหวาน ไขมันอุดตัน ความดัน และโรคอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก 5. มีระเบียบวินัย การวิ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิบัติตามกติกากติกา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความมีระเบียบ หรือจะพูดว่ากันวิ่งเสมือนกับการปลูกฝังนิสัยความขยัน และจะเป็นบันไดที่ทำให้คุณเข้าไปสู่ความสำเร็จในเรื่องอื่น ๆ ได้ง่ายมากขึ้น