เป็นที่คุ้นเคยกันดีกับเจ้า “เครื่องปั่น” อเนกประสงค์ ….. ถ้าหากย้อนกลับไปในอดีต เมื่อครั้งยังไม่มีเจ้าเครื่องปั่น …แม่บ้านอย่างเราๆท่านๆ ครั้งลงครัวใหญ่หรืองานใหญ่ๆ ต้องเกณฑ์กำลังพลทั้งชาย หญิง มากมายมาช่วยกัน หันๆ สับๆ ตำๆ โขรกๆ กันอึกทึกครึกโครม กว่าจะได้มาเป็นเครื่องแกง เครื่องผัดต่างๆ ซึ้งใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่ปัจจุบันหลังจากมีเครื่องปั่นเข้ามาช่วยงาน ทุกอย่างมันช่างรวดเร็วดังฟ้าฝ่า ไม่ว่าจะอ่อนหรือแข็งขนาดไหน เมื่อได้พบกับคมมีดของเครื่องเข้าไปรับรองค่ะว่า แหลกละเอียดกันเลยที่เดียว…เครื่องปั่นเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะบ้านเราเป็นเมืองร้อน การทำเครื่องดื่ม เครื่องปั่นก็มีส่วนช่วยให้ เครื่องดื่มของน่าทานขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะปั่นน้ำผลไม้ เหล้าปั่น กาแฟปั่น นมปั่น ทุกอย่างสามารถนำมาใช้กับเครื่องปั่นได้ทั้งสิ้น …. วิธีใช้งานให้ถูกต้อง … การใช้งานเครื่องปั่นเป็นสิ่งสำคัญค่ะ เพราะหากเราใช้อย่างไม่บันยะบันยัง เครื่องปั่นของเราอาจพังเสียหายได้ เทคนิคง่ายๆที่เราควรรู้ในการใช้งาน Read more…


ปฏิเสธกันไม่ได้เลยค่ะว่า ทุกวันนี้คนไทยเรามีคนนิยมดื่มกาแฟกันมากขึ้น จากที่สังเกตุตามร้านต่างๆ ไม่ว่าจะราคาถูกหรือแพง ล้วนแล้วแต่ขายดีกันทั้งนั้นค่ะ เพราะสังคมไทยเป็นสังคมที่ชอบพบปะ ทุกวันนี้จะนัดหมายอะไรกับใครก็ต้อง ร้านกาแฟที่นั้น หรือ ร้านกาแฟที่นี้ กลายเป็นเรื่องปกติกันไป.. แต่สำหรับคนบางคนแล้ว กาแฟคือชีวิตจิตใจ ขาดเธอแทบไม่ได้ ขาดเธอที่ไร ง่วง!ทุกที คนยุคใหม่ ยุค4.0 ในวันนี้ เลยซื้อเครื่องชงกาแฟ มาชงเองที่บ้านกันไปเลย การชงเองที่บ้านก็มีข้อดีนะค่ะ เรื่องความประหยัด ลองคิดดูซิค่ะว่า ถ้าหากเราซื้อกาแฟทุกๆวัน วันละ 40 บาท 1เดือน จะตก 1200 บาท เพิ่มไม่กี่พันก็ได้เครื่องมาชงเองแล้วค่ะ เพราะทุกวันนี้เครื่องชงกาแฟราคาก็ไม่ได้แพงอะไร หลัก 4-5พันก็ถือว่าใช้ได้แล้วละค่ะสำหรับดื่มเองที่บ้าน การเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟนั้นบางทีก็แนะนำกันยาก เพราะในบางครั้งเราชงแค่แก้วเดียวแต่ต้องล้างเครื่อง มันก็จะทำให้เสียเวลา บางคนอาจไม่มีเวลาชงนานอย่าง Read more…


วันนี้สิ่งที่เราจะพูดถึงกันนั้นก็คือ “หลอดไฟ” สิ่งที่ให้แสงกับเรายามคำคืน แต่ในบางครั้งการเปิดไฟไว้รอบบ้านเป็นจำนวนปริมาณมากๆก็อาจมีผลกระทบต่อรายจ่ายของคุณ เพราะค่าไฟทุกวันนี้ก็แพงพอสมควร ส่วนตัวแล้วค่าไฟที่บ้านตกเดือนละ เกือบ 1000 บาททุกเดือน ฉะนั้นเราจะมีวิธีที่ประหยัดไฟกันได้อย่างไร ในเมื่อเราต้องการ ความสว่างเท่าเดิม เดี่ยวยกตัวอย่างที่บ้านให้ดูเลยละกันนะค่ะ ….ปกติแล้วค่าไป จะอยู่ที่ 1000-1500 บาททุกเดือน ที่บ้านมีเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่มากค่ะ พื้นฐานทั่วไป กาน้ำร้อน ทีวีตู้เย็น แอร์ อะไรประมาณนี้ค่ะ แต่ที่บ้านมีเนื้อที่ประมาณ100 ตร.ว เลยต้องเดินสายไฟติดตั้งหลอดไปตามจุดต่างๆรวมแล้ว 7 หลอด เป็นหลอดที่เปิดทั้งคืนเลยค่ะปิดเองตอนเช้า พอดีไปเดินงานใหญ่ที่เมืองทอง ไปเห็นเจ้า ไฟโซล่าเซลล์ LED เลยลองสอบถามดู ปรากฏว่าลดครึ่งราคา ให้ทายค่ะว่าเกิดอะไรขึ้น ….ถูกต้องค่ะ!…หิวกลับบ้านมา 7 ชุด น้องพนักงานแถมให้อีก Read more…


การนั่งทานข้าวของคนไทยในสมัยก่อนนั้น ส่วนใหญ่เป็นรูปแบบการนั่งทานกับพื้น มีเสื่อปูแล้วนำกับข้าวที่จัดสำรับพร้อมเสร็จมาวางไว้ตรงกลาง จากนั้นทุกๆคนในบ้านก็ออกมาล้อมวงทานอาหารร่วมกัน เป็นวิถีไทยๆมีมาแต่สมัยโบราณ จนถึงปัจจุบันตามแถบชนบทบ้านเราก็ยังมีค่ะ ยังหาสัมผัสกลิ่นไอนี้ได้ไม่ยาก อย่างเช่นที่จังหวัดเลย แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ เขตเหนือๆขึ้นไปยังนิยมทานแบบนั่งกับพื้นกัน แต่ถ้าหากเป็นโซนภาคกลาง ก็จะเริ่มนั่งเป็นโต๊ะทานอาหารกันส่วนใหญ่ค่ะ ..วันนี้เราจะมายกตัวอย่างข้อดีของการนั่งแต่ละแบบ ซัก 1-2 ตัวอย่างเพื่อเป็นความรู้กันค่ะ….การนั่งทานกับพื้น เป็นการนั่งนี้มีผลทางจิตวิทยาด้วยนะค่ะ เพราะระยะโซนส่วนตัวของเราจะถูกทำร้ายไป การนั่งทานข้าวแบบนั่งกับพื้น ทุกคนที่อยู่ในวงจะขยับตัวเองให้เข้าใกล้อาหารมากที่สุด จึงทำให้บางครั้ง ถึงกับนั่งเข่าชนกันเลยที่เดียวค่ะ จึงทำให้เห็นว่าจะมีความรักความสนิทสนมกันในครอบครัวมากกว่าการนั่งทานบนโต๊ะอาหารค่ะ แต่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นค่ะ……การนั่งบนโต๊ะทานอาหาร มีข้อดีอยู่ว่า ระหว่างนั่งทาน เราจะสามารถพักแขนพักขาของเราได้ด้วย ไม่ทำให้เกิดแหนบชา ปวดเมื่อย ไม่เหมือนการนั่งแบบพื้น คนที่ป่วยเป็นโรคกระดูก ปวดขา ปวดหลัง ก็จะนั่งลำบากมากๆค่ะ ฉะนั้นการนั่งแบบโต๊ะทานอาหารจึงเหมาะกับการนั่งทานอาหารมากกว่าแบบนั่งกับพื้นค่ะ จริงๆแล้วแบบไหนก็ได้ทั้งนั้นละค่ะ เอาเป็นว่าสะดวกแบบนั้นก็จัดไปแบบนั้นไม่ว่ากันนะ…..


วิถีของคนเราทุกวันนี้เปลี่ยนไป ทุกอย่างรอบตัวมันช่างหมุนเร็วเหลือเกิน ทั้งการงาน สังคม วัฒนธรรม เราทุกคนทำได้เพียงปรับตัวเข้ากับมันให้ได้ …พูดถึงเรื่องการกิน สังคมสมัยก่อน ..ก่อนออกจากบ้านต้องทานข้าวเช้ากันก่อนจึงออกไปทำงานกัน แต่ในยุคปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไปมาก จากคนไทยทานข้าวเช้าเป็นหลัก เดียวนี้ จัดเหมือนฝรั่ง ขนมปังทานแยม ช่างเลิศรสเสียนี่กระไร….เครื่องที่มาตอบโจทย์ในชั่วโมงนี้ จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากเจ้า เครื่องปิ้งขนมปัง นั้นเอง เพราะเป็นการทำอาหารเช้าที่ง่ายแสนง่าย เด็กๆก็ทำได้ เร็วทันใจ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างเราๆนั้นเอง ….เครื่องปิ้งขนมปังมีทั้งแบบ 2 ช่อง แบบ 4 ช่อง ถ้า 8 ช่องส่วนใหญ่จะมีแถวต่างประเทศบ้านเราอาจจะมองว่ามันเยอะไป เราเลือกใช้ตามจำนวนสมาชิกครอบครัวเราได้เลยค่ะ…. การใช้เครื่องปิ้งขนมปังให้ถูกต้องหลายครั้งที่เราใช้งานไปโดยไม่รู้วิธีที่ถูกต้อง ความเสียหายอาจเกิดต่อเครื่องปิ้งขนมปังของคุณได้ เรามาดูกันว่า เทคนิคเล็กๆน้อยๆที่จะนำมาฝากกันคืออะไร…..ก่อนปิ้งขนมปัง ต้องอุ่นเครื่องปิ้งก่อนทุกครั้ง บ่อยครั้งที่เราเปิดถุงขนมปังแล้วยัดขนมลงเครื่องปิ้งเลย จะทำให้ขนมปังขอสุกไม้สม่ำเสมอ Read more…


ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่า คนไทยนิยมทานสุกี้กันมากๆ อาจเพราะเราได้มีโอกาสนั่งกินผักอย่างตั้งใจ หรือ เป็นเพราะการได้พบปะพูดคุยกับเพื่อน มันก็ได้บรรยากาศการกินอยู่ดีค่ะ… สุกี้ เป็นอาหารของคนญี่ปุ่นยุคกลาง ชื่อ ซูกิยากิ เป็นการนำเนื้อสัตว์ที่ล่าได้มาทำเป็นอาหาร เมื่อแพร่เข้ามาในประเทศไทยก็เป็นที่ถูกอกถูกใจกับการ ลวกๆ จิ้มๆ ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงมีทั้งเนื้อ ทั้งหมู อาหารทะเลและผักต่างๆ ตามแต่ละพื้นที่จะมี ใส่ลงไป ความสุดยอดก็อยู่ที่การทำน้ำจิ้มนั้นเอง ยิ่งร้านไหนน้ำจิ้มรสเด็ด แซบ อร่อย บอกคำเดียวค่ะว่า “รวย” แต่สำหรับเราๆแล้ว แค่ทำทานเองที่บ้านก็พอแล้วละค่ะ ฉะนั้นครัวไทยในยุค 4.0 ควรมี “หม้อสุกี้” ไว้ทำทานเองที่บ้านกันได้แล้ววันนี้ เพราะอะไรนะหรือค่ะ เพราะว่าการออกไปทานนอกบ้านบ่อยๆ ทำให้เราสิ้นเปลืองนั้นเอง เมื่อเทียบกับการทำทานที่บ้านแล้วช่างถูกกว่ากันครึ่งต่อครึ่ง ในปริมาณที่มากกว่าด้วยค่ะ วัตถุดิบก็หาง่ายๆได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นผัก เนื้อ Read more…


ปกติทุกคนต้องสวมเสื้อผ้าเป็นประจำกันอยู่แล้ว หรือก็คือในหนึ่งปีเราสวมเสื้อผ้ากันตลอด 365 วัน ทำให้เสื้อผ้าที่มีต้องมากกว่า 1 ชุดอย่างแน่นอน ดังนั้นเราจึงควรมีตู้เสื้อผ้าไว้สำหรับเก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวอย่างน้อยคนละ 1 ตู้ แต่ถ้าใครมีเสื้อเยอะก็อาจจะมีมากกว่านี้ได้ หรืออาจจะเลือกซื้อแบบแยกประเภทสำหรับใส่เสื้อผ้ากันไปเลย เช่น ตู้สำหรับใส่เสื้อ สำหรับใส่กางเกง สำหรับใส่ชุดชั้นใน หรือสำหรับใส่ถุงเท้ารองเท้า เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะเลือกแบบไหนเราดูวิธีรวมๆ ในการเลือกซื้อกันก่อนดีกว่าว่าจะเลือกยังไงให้เหมาะและลงตัว 1. เลือกขนาดของตู้เสื้อผ้า โดยให้พิจารณาจากเสื้อผ้าที่มี รวมไปถึงสถานที่ที่จะนำตู้ไปตั้งมีขนาดกว้างหรือแคบแค่ไหน 2. ตู้เสื้อผ้าควรเป็นตู้ที่มีบานประตูปิดอย่างมิดชิด เพื่อป้องกันฝุ่นละอองต่างๆ เข้าไปจับเสื้อผ้า แต่ก็ต้องสามารถระบายอากาศได้ดีเพื่อช่วยป้องกันความอับชื้น เพราะเจ้าความอับชื้นที่เองที่เป็นตัวการสำคัญทำให้เสื้อผ้าของเราเกิดความเสียหายขึ้นได้ 3. เพื่อความสะดวกและประหยัดเนื้อที่การเลือกเป็นประตูบานเลื่อนก็ช่วยให้สามารถเปิดปิดได้สะดวกยิ่งขึ้น หรือใครที่พอมีงบประมาณมากหน่อยอาจจะทำเป็นตู้บิวอินเนียนเรียบไปกลับพนังก็ดูสวยได้แบบลงตัว ตู้เสื้อผ้าถือเป็นของใช้ส่วนตัวที่ควรมีแยกกันของแต่ละคน ไม่ควรใส่ปะปนกัน ดังนั้นก็เลือกแบบที่เจ้าตัวชอบมากที่สุด และสามารถเก็บของได้ตามความต้องการ


ห้องน้ำชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นห้องที่ต้องโดนน้ำหรือเปียกน้ำกันตลอด และในห้องนี้ก็มักจะมีของเล็กๆ น้อยๆ กระจุกกระจิกวางไว้ไม่ว่าจะเป็น สบู่ ยาสีฟัน น้ำยาป้วนปาก ยาสระผม ครีมนวดผม ครีมหมักผม ผ้าเช็ดตัว กระดาษทิชชู และอะไรอีกหลายอย่าง การมีตู้สักใบไว้ใส่ของต่างๆ เหล่านี้ก็จะช่วยให้ห้องดูเป็นระเบียบเรียบร้อยยิ่งขึ้น และยังไม่เกะกะไม่เผลอไปปัดหล่นหกเลอะเทอะกันอีกด้วย แต่การจะเลือกก็ต้องดูในเรื่องต่างๆ ประกอบด้วยเช่น 1. ตู้ต้องสามารถโดนน้ำได้ และต้องกันน้ำเข้าไปด้านในด้วยเช่นกัน เพื่อไม่ให้ของที่อยู่ภายในเปียกและเกิดความอับชื้น เพราะของบางอย่างเราก็อยากให้มันแห้งบ้าง อย่างเช่น ผ้าเช็ดตัว หรือกระดาษทิชชู เป็นต้น 2. ตู้ไม่ควรมีขนาดใหญ่จนเกินไป โดยเฉพาะใครที่บ้านมีห้องน้ำไม่กว้างมาก เพราะจะทำให้ห้องน้ำของคุณแคบลงไปได้ ที่สำคัญถ้าตู้ใหญ่มากบางครั้งก็ดูเกะกะ แถมยังทำความสะอาดยากอีกด้วย 3. สีสัน สามารถเลือกกันได้ตามชอบ ถ้าเลือกเป็นสีเดียวกันกับสุขภัณฑ์หรือพนังห้องน้ำก็จะช่วยให้ดูกลมกลืนสวยแบบลงตัว แต่ถ้าเลือกแบบที่มีสีสันตัดกันก็ช่วยให้ห้องน้ำดูสวยแปลกตา เป็นการช่วยเพิ่มสีสันให้กลับห้องน้ำได้เป็นอย่างดี ใครที่กำลังมองหาตู้เก็บของในห้องน้ำกันอยู่ Read more…


เป็นที่นิยมกันมากๆ ในช่วงที่เมืองไทยกำลังเข้าสุ่ยุคการเปลี่ยน มีงานก่อสร้าง งานทำถนน งานโปรเจ๊คของรัฐบาลใหญ่ๆมากมายผุดขึ้นในกรุงเทพและปริมณฑล ทำให้เกิดการจ้างคนงานหรือแรงงานจากชุนบทเข้าสู่เมืองกรุงกันอย่างมโหฬาร ชนิดที่ว่า มาเกือบทั้งหมู่บ้านกันเลยก็ยังมี… คนทำงานจากต่างจังหวัดส่วนใหญ่แล้วจะอาศัยพักตามไซด์งาน เพื่อง่ายต่อการทำงานและไม่ต้องรีบไปกลับตั้งแต่เช้าเหมือนคนที่ต้องเดินทางไปทำในที่ไกลๆ วิถีการอยู่การกินก็แสนจะเรียบง่ายสไตล์ของคนต่างจังหวัด และเป็นที่น่าแปลกตาแปลกใจ ทุกแคมป์หรือทุกที่พักคนงาน จะมีกระทะไฟฟ้าประจำไว้หนึ่งใบด้วยกันเสียทุกที เมื่อได้ลองคิดตรึกตรองพอเข้าใจ ก็พอรู้สาเหตุ ก็เป็นเพราะว่า เจ้ากระทะไฟฟ้า ตัวนี้ช่างมากประโยชน์เสียจริงๆ ไม่ว่าจะ ใช้ ต้มยำ ทำแกง ผัด ทอด เพลอๆเราจะเห็นเจ้ากระทะหุงข้าวได้ด้วย จึงทำให้รู้ว่าคนไทยเราคิดพลิกแพลงเก่งกันเสียจริงๆ แต่ในบางครั้งก็เป็นเรื่องที่อันตรายเพราะใช้ผิดวิธี และขาดการบำรุงรักษาที่ถูกต้อง เคยได้ยินข่าวมาครั้งหนึ่งค่ะว่า เจ้ากระทะไฟฟ้า ซ๊อตคนงานจนเสียชีวิต เกิดจากความประมาณนั้นเอง การใช้กระทะให้ถูกต้องจะทำให้เราใช้งานได้ปลอดภัย เช่น: เมื่อล้างกระทะใหม่ๆ อย่านำไปเสียบใช้ทันที เพราะกระทะยังเปียกชื้นอยู่ หลายครั้งที่คนถูกไปดูด จากความประมาณตรงจุดนี้ Read more…


ปกติเรามักจะมีหนังสือเก็บไว้ในบ้านกันหลายเล่ม บางคนอาจจะเป็นห้องสมุดหย่อมๆ กันได้เลย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเรียน หรือหนังสือเอาไว้อ่านเพื่อเบาสมอง โดยเฉพาะถ้าใครเป็นนักอ่านหรือหนอนหนังสือกันด้วยแล้วรับรองได้เลยว่าคุณต้องมีหนังสือเก็บไว้เป็นจำนวนมาก แล้วทราบกันไหมว่าจริงๆ แล้วถ้าเราอยากให้หนังสืออยู่คงทนไปนานๆ เราต้องรู้จักวิธีการเก็บกันด้วย เพื่อให้หนังสือไม่ขาดหรือตัวอักษรลบเลือนไป อันดับแรกเลยเอาแบบง่ายๆ ก็คือการจัดให้เป็นระเบียบกันก่อนดีกว่า ดังนั้นการเลือกชั้นวางหนังสือจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับบ้านใครที่ต้องการจัดการจัดเก็บหนังสือให้เป็นระเบียบ และหยิบค้นหาได้ง่าย โดยคุณสามารถพิจารณาในการเลือกได้ดังนี้ 1. ขนาดให้ดูจากปริมาณของหนังสือที่ต้องการจะเก็บ รวมไปถึงสถานที่ที่ต้องการวางชั้นหนังสือว่ามีความกว้างขนาดไหน และภายในห้องนั้นมีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นอยู่หนาแน่นขนาดไหน สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดขนาดของชั้นวางหนังสือได้เป็นอย่างดี 2. ความคงทนแข็งแรง บอกได้เลยว่าหนังสือส่วนใหญ่จะค่อนข้างมีน้ำหนักมาก เราจึงควรเลือกชั้นวางหนังสือที่ผลิตมาจากวัสดุที่คงทนถาวร สามารถรับน้ำหนักได้ดี ปัจจุบันชั้นหนังสือถูกออกแบบและผลิตมาจากวัสดุหลากหลายประเภท เช่น ไม้เนื้อแข็ง ไม้อัด กระจก เหล็ก เป็นต้น 3. สีสัน เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม อันนี้อาจจะเลือกได้ตามความชอบ หรือเลือกให้กลมกลืนไปกลับห้องที่เรานำชั้นมาวางก็ดูสวยและกลมกลืน อีกหนึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่เหมือนจะมีความสำคัญและมีส่วนช่วยให้บ้านของคุณดูเป็นระเบียบเรียบร้อยยิ่งขึ้น


การนอนเป็นเรื่องจำเป็นของคนเรา และเราก็ควรนอนให้ได้อย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายสามารถเข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ซึ่งถ้าใครเป็นโรคนอนไม่หลับก็มักจะส่งผลถึงสุขภาพกันด้วย การนอนว่าสำคัญแล้วอุปกรณ์หรือเฟอร์นิเจอร์ในห้องนอนก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน อย่างเช่นเตียงที่ต้องมีกันเกือบทุกห้องอยู่แล้ว เราควรเลือกให้เหมาะเพื่อให้คุณหลับสบายตลอดทั้งคืน สำหรับวิธีการเลือกเตียงก็อย่างเช่น 1. อันดับแรกเลยต้องดูก่อนว่านอนกันกี่คน แล้วนอนดิ้นกันขนาดไหน ถ้านอนมากกว่า 1 คนและค่อนข้างนอนดิ้น ที่สำคัญห้องนอนมีเนื้อที่กว้างพอสมควรให้เลือกซื้อเตียงนอนที่ขนาดใหญ่ จะได้ดิ้นได้สะดวกช่วยให้หลับสนิทยิ่งขึ้น 2. วัสดุที่ใช้ควรมีความแข็งแรงทนทาน เพื่อให้สามารถรองรับน้ำหนักของเราได้ โดยเฉพาะถ้าใครที่มีรูปร่างอ้วน ควรพิจารณาเรื่องนี้เป็นหลัก เพื่อให้ไม่เกิดอันตรายในระหว่างหลับ อย่างเช่นเตียงหัก เป็นต้น 3. โดยส่วนใหญ่แล้วเวลาเลือกซื้อเตียงมักจะเลือกซื้อตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะเครื่องแป้งร่วมด้วย เป็นแบบเข้าชุดกันทำให้มีสีสันกลมกลืน ถ้าใครอยากแตกต่างลองเลือกสีสันที่ตัดกันดู รับรองได้เลยว่าห้องนอนของคุณจะสวยโดดเด่นแปลกตา แต่ให้เน้นเป็นโทนสีอ่อนหรือสีออกแนวขรึมๆ จะดีที่สุด เพราะสีก็มีอิทธิผลในการนอนหลับด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ถ้าคุณต้องการพื้นที่ใต้เตียงไว้เก็บของก็อย่าลืมเลือกเตียงที่ออกแบบให้มีตู้เก็บของใต้เตียงกันด้วย เพราะจะช่วยประหยัดเนื้อที่ในบ้านได้เป็นอย่างดี และยังช่วยให้คุณไม่ปล่อยเนื้อที่ให้เปล่าประโยชน์


เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วว่าคนเราต้องรับประทานข้าวอย่างน้อยวันละ 3 มื้อ บางคนอาจจะรับประทานมากหรือน้อยกว่านี้ ถ้าเป็นในยุคก่อนๆ เราคงนั่งล้อมวงกินข้าวกันกลับพื้น แล้วมีกับข้าวตั้งอยู่ข้างหน้า แต่ปัจจุบันนิยมนั่งทานกันบนโต๊ะมากกว่า เพราะสะดวกกว่ากันมาก กินไม่หมดก็อาจจะวางทิ้งไว้บนโต๊ะแล้วหาฝาชีครอบทิ้งไว้กันได้เลย แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงต้องช่วยกันยกเก็บไว้ในตู้กับข้าวหลังกินเสร็จ ทำให้เดี๋ยวนี้ตู้กับข้าวเลยได้รับความนิยมน้อยลงตามไปด้วย สำหรับวิธีการเลือกซื้อโต๊ะกินข้าวถ้าจะให้ดีคุณควรพิจารณาเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1. ขนาดของโต๊ะควรเลือกให้พอกับสมาชิกภายในครอบครัว หลายคนอาจจะบอกว่าทานไม่ค่อยพร้อมกัน แต่รับรองได้เลยว่าต้องมีวันใดวันหนึ่งที่อยากทานพร้อมๆ กัน อย่างเช่นในวันเทศกาลต่างๆ บางครั้งก็ไม่ได้มีแต่คนในครอบครัวอาจจะมีแขกมาร่วมรับประทานด้วย 2. วัสดุที่ใช้ทำโต๊ะควรเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานพอสมควร และต้องเป็นวัสดุที่สามารถโดนน้ำได้ เพราะแน่นอนอยู่แล้วว่าโต๊ะกินข้าวต้องมีอะไรหกหล่นบ้างไม่ว่าจะเป็น เศษอาหาร น้ำทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็น รวมไปถึงของเผ็ดๆ น้ำพริก น้ำปลา น้ำส้ม เป็นต้น ส่วนใหญ่จะนิยมโต๊ะกินข้าวที่ผลิตจากไม้ 3. เลือกโทนสีให้เข้ากันกับเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน และให้อารมณ์ของการทานอาหารจะดีที่สุด โต๊ะกินข้าวยังจัดเป็นสถานที่ที่สามารถรวมสมาชิกในครอบครัวให้มาทำกิจกรรมร่วมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ดังนั้นเลือกให้มีขนาดพอและมีที่ให้กับทุกคนในครอบครัวจะดีที่สุด