Author: admin


ปกติทุกคนต้องสวมเสื้อผ้าเป็นประจำกันอยู่แล้ว หรือก็คือในหนึ่งปีเราสวมเสื้อผ้ากันตลอด 365 วัน ทำให้เสื้อผ้าที่มีต้องมากกว่า 1 ชุดอย่างแน่นอน ดังนั้นเราจึงควรมีตู้เสื้อผ้าไว้สำหรับเก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวอย่างน้อยคนละ 1 ตู้ แต่ถ้าใครมีเสื้อเยอะก็อาจจะมีมากกว่านี้ได้ หรืออาจจะเลือกซื้อแบบแยกประเภทสำหรับใส่เสื้อผ้ากันไปเลย เช่น ตู้สำหรับใส่เสื้อ สำหรับใส่กางเกง สำหรับใส่ชุดชั้นใน หรือสำหรับใส่ถุงเท้ารองเท้า เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะเลือกแบบไหนเราดูวิธีรวมๆ ในการเลือกซื้อกันก่อนดีกว่าว่าจะเลือกยังไงให้เหมาะและลงตัว 1. เลือกขนาดของตู้เสื้อผ้า โดยให้พิจารณาจากเสื้อผ้าที่มี รวมไปถึงสถานที่ที่จะนำตู้ไปตั้งมีขนาดกว้างหรือแคบแค่ไหน 2. ตู้เสื้อผ้าควรเป็นตู้ที่มีบานประตูปิดอย่างมิดชิด เพื่อป้องกันฝุ่นละอองต่างๆ เข้าไปจับเสื้อผ้า แต่ก็ต้องสามารถระบายอากาศได้ดีเพื่อช่วยป้องกันความอับชื้น เพราะเจ้าความอับชื้นที่เองที่เป็นตัวการสำคัญทำให้เสื้อผ้าของเราเกิดความเสียหายขึ้นได้ 3. เพื่อความสะดวกและประหยัดเนื้อที่การเลือกเป็นประตูบานเลื่อนก็ช่วยให้สามารถเปิดปิดได้สะดวกยิ่งขึ้น หรือใครที่พอมีงบประมาณมากหน่อยอาจจะทำเป็นตู้บิวอินเนียนเรียบไปกลับพนังก็ดูสวยได้แบบลงตัว ตู้เสื้อผ้าถือเป็นของใช้ส่วนตัวที่ควรมีแยกกันของแต่ละคน ไม่ควรใส่ปะปนกัน ดังนั้นก็เลือกแบบที่เจ้าตัวชอบมากที่สุด และสามารถเก็บของได้ตามความต้องการ


ห้องน้ำชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นห้องที่ต้องโดนน้ำหรือเปียกน้ำกันตลอด และในห้องนี้ก็มักจะมีของเล็กๆ น้อยๆ กระจุกกระจิกวางไว้ไม่ว่าจะเป็น สบู่ ยาสีฟัน น้ำยาป้วนปาก ยาสระผม ครีมนวดผม ครีมหมักผม ผ้าเช็ดตัว กระดาษทิชชู และอะไรอีกหลายอย่าง การมีตู้สักใบไว้ใส่ของต่างๆ เหล่านี้ก็จะช่วยให้ห้องดูเป็นระเบียบเรียบร้อยยิ่งขึ้น และยังไม่เกะกะไม่เผลอไปปัดหล่นหกเลอะเทอะกันอีกด้วย แต่การจะเลือกก็ต้องดูในเรื่องต่างๆ ประกอบด้วยเช่น 1. ตู้ต้องสามารถโดนน้ำได้ และต้องกันน้ำเข้าไปด้านในด้วยเช่นกัน เพื่อไม่ให้ของที่อยู่ภายในเปียกและเกิดความอับชื้น เพราะของบางอย่างเราก็อยากให้มันแห้งบ้าง อย่างเช่น ผ้าเช็ดตัว หรือกระดาษทิชชู เป็นต้น 2. ตู้ไม่ควรมีขนาดใหญ่จนเกินไป โดยเฉพาะใครที่บ้านมีห้องน้ำไม่กว้างมาก เพราะจะทำให้ห้องน้ำของคุณแคบลงไปได้ ที่สำคัญถ้าตู้ใหญ่มากบางครั้งก็ดูเกะกะ แถมยังทำความสะอาดยากอีกด้วย 3. สีสัน สามารถเลือกกันได้ตามชอบ ถ้าเลือกเป็นสีเดียวกันกับสุขภัณฑ์หรือพนังห้องน้ำก็จะช่วยให้ดูกลมกลืนสวยแบบลงตัว แต่ถ้าเลือกแบบที่มีสีสันตัดกันก็ช่วยให้ห้องน้ำดูสวยแปลกตา เป็นการช่วยเพิ่มสีสันให้กลับห้องน้ำได้เป็นอย่างดี ใครที่กำลังมองหาตู้เก็บของในห้องน้ำกันอยู่ Read more…


เป็นที่นิยมกันมากๆ ในช่วงที่เมืองไทยกำลังเข้าสุ่ยุคการเปลี่ยน มีงานก่อสร้าง งานทำถนน งานโปรเจ๊คของรัฐบาลใหญ่ๆมากมายผุดขึ้นในกรุงเทพและปริมณฑล ทำให้เกิดการจ้างคนงานหรือแรงงานจากชุนบทเข้าสู่เมืองกรุงกันอย่างมโหฬาร ชนิดที่ว่า มาเกือบทั้งหมู่บ้านกันเลยก็ยังมี… คนทำงานจากต่างจังหวัดส่วนใหญ่แล้วจะอาศัยพักตามไซด์งาน เพื่อง่ายต่อการทำงานและไม่ต้องรีบไปกลับตั้งแต่เช้าเหมือนคนที่ต้องเดินทางไปทำในที่ไกลๆ วิถีการอยู่การกินก็แสนจะเรียบง่ายสไตล์ของคนต่างจังหวัด และเป็นที่น่าแปลกตาแปลกใจ ทุกแคมป์หรือทุกที่พักคนงาน จะมีกระทะไฟฟ้าประจำไว้หนึ่งใบด้วยกันเสียทุกที เมื่อได้ลองคิดตรึกตรองพอเข้าใจ ก็พอรู้สาเหตุ ก็เป็นเพราะว่า เจ้ากระทะไฟฟ้า ตัวนี้ช่างมากประโยชน์เสียจริงๆ ไม่ว่าจะ ใช้ ต้มยำ ทำแกง ผัด ทอด เพลอๆเราจะเห็นเจ้ากระทะหุงข้าวได้ด้วย จึงทำให้รู้ว่าคนไทยเราคิดพลิกแพลงเก่งกันเสียจริงๆ แต่ในบางครั้งก็เป็นเรื่องที่อันตรายเพราะใช้ผิดวิธี และขาดการบำรุงรักษาที่ถูกต้อง เคยได้ยินข่าวมาครั้งหนึ่งค่ะว่า เจ้ากระทะไฟฟ้า ซ๊อตคนงานจนเสียชีวิต เกิดจากความประมาณนั้นเอง การใช้กระทะให้ถูกต้องจะทำให้เราใช้งานได้ปลอดภัย เช่น: เมื่อล้างกระทะใหม่ๆ อย่านำไปเสียบใช้ทันที เพราะกระทะยังเปียกชื้นอยู่ หลายครั้งที่คนถูกไปดูด จากความประมาณตรงจุดนี้ Read more…


ปกติเรามักจะมีหนังสือเก็บไว้ในบ้านกันหลายเล่ม บางคนอาจจะเป็นห้องสมุดหย่อมๆ กันได้เลย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเรียน หรือหนังสือเอาไว้อ่านเพื่อเบาสมอง โดยเฉพาะถ้าใครเป็นนักอ่านหรือหนอนหนังสือกันด้วยแล้วรับรองได้เลยว่าคุณต้องมีหนังสือเก็บไว้เป็นจำนวนมาก แล้วทราบกันไหมว่าจริงๆ แล้วถ้าเราอยากให้หนังสืออยู่คงทนไปนานๆ เราต้องรู้จักวิธีการเก็บกันด้วย เพื่อให้หนังสือไม่ขาดหรือตัวอักษรลบเลือนไป อันดับแรกเลยเอาแบบง่ายๆ ก็คือการจัดให้เป็นระเบียบกันก่อนดีกว่า ดังนั้นการเลือกชั้นวางหนังสือจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับบ้านใครที่ต้องการจัดการจัดเก็บหนังสือให้เป็นระเบียบ และหยิบค้นหาได้ง่าย โดยคุณสามารถพิจารณาในการเลือกได้ดังนี้ 1. ขนาดให้ดูจากปริมาณของหนังสือที่ต้องการจะเก็บ รวมไปถึงสถานที่ที่ต้องการวางชั้นหนังสือว่ามีความกว้างขนาดไหน และภายในห้องนั้นมีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นอยู่หนาแน่นขนาดไหน สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดขนาดของชั้นวางหนังสือได้เป็นอย่างดี 2. ความคงทนแข็งแรง บอกได้เลยว่าหนังสือส่วนใหญ่จะค่อนข้างมีน้ำหนักมาก เราจึงควรเลือกชั้นวางหนังสือที่ผลิตมาจากวัสดุที่คงทนถาวร สามารถรับน้ำหนักได้ดี ปัจจุบันชั้นหนังสือถูกออกแบบและผลิตมาจากวัสดุหลากหลายประเภท เช่น ไม้เนื้อแข็ง ไม้อัด กระจก เหล็ก เป็นต้น 3. สีสัน เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม อันนี้อาจจะเลือกได้ตามความชอบ หรือเลือกให้กลมกลืนไปกลับห้องที่เรานำชั้นมาวางก็ดูสวยและกลมกลืน อีกหนึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่เหมือนจะมีความสำคัญและมีส่วนช่วยให้บ้านของคุณดูเป็นระเบียบเรียบร้อยยิ่งขึ้น


การนอนเป็นเรื่องจำเป็นของคนเรา และเราก็ควรนอนให้ได้อย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายสามารถเข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ซึ่งถ้าใครเป็นโรคนอนไม่หลับก็มักจะส่งผลถึงสุขภาพกันด้วย การนอนว่าสำคัญแล้วอุปกรณ์หรือเฟอร์นิเจอร์ในห้องนอนก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน อย่างเช่นเตียงที่ต้องมีกันเกือบทุกห้องอยู่แล้ว เราควรเลือกให้เหมาะเพื่อให้คุณหลับสบายตลอดทั้งคืน สำหรับวิธีการเลือกเตียงก็อย่างเช่น 1. อันดับแรกเลยต้องดูก่อนว่านอนกันกี่คน แล้วนอนดิ้นกันขนาดไหน ถ้านอนมากกว่า 1 คนและค่อนข้างนอนดิ้น ที่สำคัญห้องนอนมีเนื้อที่กว้างพอสมควรให้เลือกซื้อเตียงนอนที่ขนาดใหญ่ จะได้ดิ้นได้สะดวกช่วยให้หลับสนิทยิ่งขึ้น 2. วัสดุที่ใช้ควรมีความแข็งแรงทนทาน เพื่อให้สามารถรองรับน้ำหนักของเราได้ โดยเฉพาะถ้าใครที่มีรูปร่างอ้วน ควรพิจารณาเรื่องนี้เป็นหลัก เพื่อให้ไม่เกิดอันตรายในระหว่างหลับ อย่างเช่นเตียงหัก เป็นต้น 3. โดยส่วนใหญ่แล้วเวลาเลือกซื้อเตียงมักจะเลือกซื้อตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะเครื่องแป้งร่วมด้วย เป็นแบบเข้าชุดกันทำให้มีสีสันกลมกลืน ถ้าใครอยากแตกต่างลองเลือกสีสันที่ตัดกันดู รับรองได้เลยว่าห้องนอนของคุณจะสวยโดดเด่นแปลกตา แต่ให้เน้นเป็นโทนสีอ่อนหรือสีออกแนวขรึมๆ จะดีที่สุด เพราะสีก็มีอิทธิผลในการนอนหลับด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ถ้าคุณต้องการพื้นที่ใต้เตียงไว้เก็บของก็อย่าลืมเลือกเตียงที่ออกแบบให้มีตู้เก็บของใต้เตียงกันด้วย เพราะจะช่วยประหยัดเนื้อที่ในบ้านได้เป็นอย่างดี และยังช่วยให้คุณไม่ปล่อยเนื้อที่ให้เปล่าประโยชน์


เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วว่าคนเราต้องรับประทานข้าวอย่างน้อยวันละ 3 มื้อ บางคนอาจจะรับประทานมากหรือน้อยกว่านี้ ถ้าเป็นในยุคก่อนๆ เราคงนั่งล้อมวงกินข้าวกันกลับพื้น แล้วมีกับข้าวตั้งอยู่ข้างหน้า แต่ปัจจุบันนิยมนั่งทานกันบนโต๊ะมากกว่า เพราะสะดวกกว่ากันมาก กินไม่หมดก็อาจจะวางทิ้งไว้บนโต๊ะแล้วหาฝาชีครอบทิ้งไว้กันได้เลย แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงต้องช่วยกันยกเก็บไว้ในตู้กับข้าวหลังกินเสร็จ ทำให้เดี๋ยวนี้ตู้กับข้าวเลยได้รับความนิยมน้อยลงตามไปด้วย สำหรับวิธีการเลือกซื้อโต๊ะกินข้าวถ้าจะให้ดีคุณควรพิจารณาเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1. ขนาดของโต๊ะควรเลือกให้พอกับสมาชิกภายในครอบครัว หลายคนอาจจะบอกว่าทานไม่ค่อยพร้อมกัน แต่รับรองได้เลยว่าต้องมีวันใดวันหนึ่งที่อยากทานพร้อมๆ กัน อย่างเช่นในวันเทศกาลต่างๆ บางครั้งก็ไม่ได้มีแต่คนในครอบครัวอาจจะมีแขกมาร่วมรับประทานด้วย 2. วัสดุที่ใช้ทำโต๊ะควรเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานพอสมควร และต้องเป็นวัสดุที่สามารถโดนน้ำได้ เพราะแน่นอนอยู่แล้วว่าโต๊ะกินข้าวต้องมีอะไรหกหล่นบ้างไม่ว่าจะเป็น เศษอาหาร น้ำทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็น รวมไปถึงของเผ็ดๆ น้ำพริก น้ำปลา น้ำส้ม เป็นต้น ส่วนใหญ่จะนิยมโต๊ะกินข้าวที่ผลิตจากไม้ 3. เลือกโทนสีให้เข้ากันกับเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน และให้อารมณ์ของการทานอาหารจะดีที่สุด โต๊ะกินข้าวยังจัดเป็นสถานที่ที่สามารถรวมสมาชิกในครอบครัวให้มาทำกิจกรรมร่วมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ดังนั้นเลือกให้มีขนาดพอและมีที่ให้กับทุกคนในครอบครัวจะดีที่สุด


เก้าอี้พักผ่อนที่พูดถึงจะเป็นเก้าอี้ที่มีลักษณะปรับเอนนอนได้ เพื่อช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น ส่วนใหญ่จะนิยมนำเก้าอี้พักผ่อนตั้งไว้ในห้องนั่งเล่น หรือห้องดูทีวี เพราะจะช่วยเพิ่มบรรยากาศของการพักผ่อนได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าในบ้านเราไม่มีห้องต่างๆ เหล่านี้ หลายคนก็นิยมซื้อตั้งไว้หน้าทีวี เวลาดูจะได้เอนนอนหรือหลับกันไปเลย ปัจจุบันเก้าอี้พักผ่อนมีรูปแบบให้เลือกมากมาย แล้วจะเลือกแบบไหนดีวันนี้เรามีข้อแนะนำดีๆ มาฝาก 1. เลือกให้มีขนาดที่สามารถรองรับสรีระของผู้นั่งได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนที่มีรูปร่างค่อนข้างอวบ เก้าอี้ควรมีขนาดใหญ่กว่าตัวคุณออกมาเล็กน้อย เพื่อให้สามารถนั่งหรือนอนได้อย่างสบาย 2. เก้าอี้ควรผลิตมาอย่างได้มาตรฐาน ไม่ล้มหรือเอียงคว่ำได้ง่ายในขณะที่เราลงไปนั่ง บางแบบผลิตมาไม่สมดุลกันเวลาเอนนอนแล้วอาจจะหงายหลังเอาง่ายๆ ข้อนี้ถือว่าสำคัญ โดยเฉพาะถ้าใครจะเลือกซื้อให้คุณพ่อคุณแม่ หรือคุณปู่ คุณย่า ที่บ้านนั่ง ให้พิจารณากันดีๆ อย่าเห็นแก่ของถูกให้เลือกที่ความแข็งแรงและคุณภาพ 3. ก่อนการเลือกซื้อให้ทดลองนั่งกันก่อนว่าสบายมากน้อยแค่ไหน เบาะไม่ควรนุ่มหรือแข็งจนเกินไป และถ้าคุณมีงบมากหน่อยคุณอาจเลือกซื้อเป็นแบบเก้าอี้นวดในตัวก็จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและสบายยิ่งขึ้น ใครกำลังมองหาเก้าอี้พักผ่อนกันอยู่ก็อย่าลืมเลือกตามคำแนะนำด้านบน เพื่อให้คุณได้เก้าอี้ที่ได้มาตรฐานถูกใจ เหมาะสำหรับการพักผ่อนกันจริงๆ


ยุคนี้บอกได้เลยค่ะว่า ไม่มีใครไม่รู้จักเจ้า “เตาไฟฟ้า” เพราะทุกบ้านทุกครัวเรือนของไทยมีใช้กันแล้วทั้งสิ้น ด้วยความสะดวกสบายในการทำอาหาร ไม่ว่าจะเป็น ต้ม ผัด แกง ทอด เจ้าเตาไฟฟ้าเอาอยู่ทุกประเภท ของการทำอาหารกันเลยทีเดียวค่ะ จากวิวัฒนาการโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี จากเดิมผู้หญิงแม่บ้านอย่างเราๆสมัยก่อนใช้เตาถ่านที่ทำจากการนำไม้ไปเผาใช้แทนฝืน การก่อไฟแต่ละครั้ง ควันจะ ฟุ้ง!กระจาย เต็มบ้านกันเลยที่เดียวค่ะ แต่เตาแบบนี้ชาวบ้านเขาบอกทำอาหารได้รสชาติของไทยแท้ๆเลยละจ้า เพื่อหลบหนีจากควัน.. ประจวบเหมาะไม้ถ่านหายากมากขึ้น จากการใช้เตาถ่าน ก็เปลี่ยนแปลงมาเป็น เตาแก๊ส… เจ้าตัวนี้ สั่งปุ๊บ! ติดปั๊บ! รวดเร็วทันใจเลยค่ะ ก่อนจะได้รับความนิยมจากไทยไปทุกครัวเรือนนั้น เจ้าเตาแก๊สตัวนี้เขามาในภาคอุสาหากรรมอาหาร ร้านอาหาร ก่อนกระจายเข้าสู่ครัวเรือนอย่างแนบเนียนในเวลาต่อมานั้นเอง แต่ในภายหลังราคาแก๊สหุงต้มราคาแพงฟีเวอร์ จึงได้ถือกำเนิด เกิดเตาไฟฟ้ารุ่นใหม่ขึ้น ทำให้ตอบสนองคนใช้งานที่ไม่ได้ทำอาหารเป็นประจำ และพักอาศัยในที่ขนย้ายลำบาก ด้วยขนาดที่บางและเบา บวกกับไร้อุปปกรณ์ต่อพ่วง Read more…


ถ้าอยากให้บ้านดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น เราควรเก็บทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทาง อย่างรองเท้าก็เช่นกัน ยิ่งถ้ามีหลายคู่วางระเกะระกะไว้คงดูไม่ดีเป็นแน่ ทางที่ดีที่สุดก็คือเลือกซื้อชั้นหรือตู้สำหรับวางรองเท้าให้ดูเป็นสัดส่วนจะดีกว่า นอกจากจะดูเป็นระเบียบ สะดวกในการหยิบใช้งานแล้ว บางครั้งถ้าออกแบบดีๆ ยังเปลี่ยนมุมธรรมดาให้กลายเป็นมุมเก๋ภายในบ้านได้อีกด้วย สำหรับสิ่งที่ควรพิจาณาในการเลือกซื้อตู้วางเท้านั่นก็อย่างเช่น 1. อันดับแรกเลยให้พิจาณารองเท้าที่มีอยู่เสียก่อนว่ามากน้อยแค่ไหน แล้วค่อยตัดสินใจซื้อตู้ที่มีขนาดพอจะใส่รองเท้าได้หมด 2. สามารถเลือกได้ทั้งแบบตู้รองเท้าที่มีประตูปิดด้านหน้าจะช่วยทำให้บริเวณนั้นดูเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าซื้อเป็นแบบชั้นวางรองเท้าอาจจะดูไม่เรียบร้อยสักเท่าไร แต่ขอดีจะอยู่ตรงที่รองเท้าจะไม่อับชื้น และสามารถหยิบรองเท้าได้สะดวกกว่าแบบเป็นตู้ทึบ แต่ถ้าใครเลือกแบบตู้ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะอับชื้น เพียงแค่คุณหาถุงกันชื้นไปใส่ไว้ หรือเปิดตู้ทิ้งเอาไว้บ้างเมื่อมีโอกาส แค่นี้ก็ช่วยป้องกันความอับชื้นกันได้แล้ว 3. สีสันเลือกได้ตามความชอบกันเลย ปัจจุบันมีสีออกมากมายรับรองได้เลยว่าจะต้องมีสีที่ถูกใจคุณ ปัจจุบันชั้นวางรองเท้ายังมีการดีไซน์ออกแบบขึ้นมาให้คุณสามารถเลือกใช้ได้อยากหลากหลาย บางแบบยังทำให้มุมบ้านของคุณดูสวยสะดุดตา จนใครๆ อาจจะไม่คิดว่านี่คือตู้วางรองเท้ากันเลยทีเดียว


ถ้าบ้านไหนมีโต๊ะสำหรับรับประทานอาหารก็รับรองได้เลยว่าต้องมีเก้าอี้อย่างแน่นอน สำหรับโต๊ะรับประทานอาหารับมักนิยมวางไว้ในบริเวณห้องครัว หรือถ้าบ้านใครมีเนื้อที่กว้างหน่อยก็จะมีห้องรับประทานอาหารสำหรับตั้งโต๊ะโดยเฉพาะแยกต่างหาก ข้อดีก็คือจะทำให้กลิ่นอาหารและไอน้ำมัน หรือไอในระหว่างทำกับข้าวต่างๆ ไม่ลอยมาบริเวณรับประทานอาหาร หรือมีคราบติดที่โต๊ะอาหาร สำหรับการเลือกเก้าอี้ที่ใช้ก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน โดยคุณสามารถพิจารณาในเรื่องต่างๆ ได้ดังนี้ 1. ถ้าต้องการให้ดูสวยงามกลมกลืนควรเลือกเก้าอี้ที่มีรูปแบบเดียวกันกับโต๊ะ เช่น ถ้าเป็นโต๊ะไม้ ก็เลือกเก้าอี้ไม้ รวมถึงโทนสีก็ควรเลือกให้มีโทนสีเดียวกัน เป็นต้น แต่ถ้าใครชอบความแตกต่าง การเลือกสีให้ตัดกันก็ทำให้ห้องดูสวยแปลกตาไปอีกแบบ 2. ควรเลือกขนาดของเก้าอี้ไม่กว้างหรือใหญ่จนเกินไป ปกติเก้าอี้จะมีขนาดมาตรฐาน แต่เราอาจจะเลือกเพิ่มเติมอย่างเก้าอี้เด็ก เก้าอี้ผู้สูงอายุ หรือสำหรับผู้ที่ค่อนข้างอ้วน อาจจะต้องนั่งเก้าอี้ใหญ่และแข็งแรงเป็นพิเศษ 3. นอกจากความสวยงามแล้วเก้าอี้ควรมีความแข็งแรง คงทน สามารถรองรับน้ำหนักของผู้นั่งได้เป็นอย่างดี 4. ควรเลือกเก้าอี้ให้มีจำนวนพอดีกับสมาชิกภายในครอบครัว ถึงแม้ว่าคุณอาจจะไม่ได้รับประทานข้าวพร้อมกันก็ตามที เพื่อมีโอกาสพิเศษหรือมีงานสังสรรค์ภายในครอบครัว จะได้มีเก้าอี้เพียงพอสำหรับทุกคน ที่สำคัญก็อย่าลืมดูในเรื่องของความแข็งแรงของเก้าอี้กันด้วย ว่าชำรุดเสียหายหรือไม่ถ้าพบก็ควรทำการซ่อมแซมทันที เพื่อความปลอดภัยของคนในครอบครัว และก็เพื่อความอร่อยในการรับประทานอาหาร


เมื่อพูดถึงเครื่องผสมอาหารหลายๆคนอาจคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่สำหรับบางคนแล้ว อาจสงสัยว่ามันคืออะไร เอามาใช้ทำอะไรได้บ้าง วันนี้เราจะนำเรื่องเรานี้มาเล่าสู่กันฟังจ้า…..เครื่องผสมอาหาร เป็นเครื่องที่นิยมใช้กัน ในการทำเบเกอรี่นั้นเอง เช่นการ ตีไข่ ตีครีม ตีส่วนผสมต่างๆให้เข้ากันค่ะ เอ๊ะ..ใช้มือตีไม่ได้เหรอ? ตอบว่าได้จ้า …แต่ทะว่า เวลาเราจะตีในปริมาณมากๆ และบางสูตรต้องใช้เวลาตีนานๆ ถ้าเราใช้มือตีแล้วก็ อาจกลายเป็นผู้หญิงกล้ามโต! ก็ได้นะค่ะ … แม่บ้านส่วนใหญ่ที่ชอบทำขนมทานเอง จึงนิยมซื้อเจ้าเครื่องผสมอาหารชนิดนี้ไว้ติดบ้านกันยังไงละค่ะ ……………เครื่องผสมอาหารที่นิยมใช้กันในครัวเรือนทั่วไป จะนิยมใช้แบบมือถือค่ะ เพราะว่าสามารถยกหัวตี ออกไปตีในภาชนะอื่นภายนอกได้ด้วย ถือว่าคล่องตัวกันเลยทีเดียวค่ะ หรือสำหรับคนที่ทำบ่อยๆ ในปริมาณครั้งละมากๆหน่อย ก็แนะนำว่าเราควรซื้อเครื่องผสมอาหารแบบตั้งโต๊ะแทนค่ะ เพราะว่ากำลังตีจะมากกว่า ความจุก็มากกว่าด้วยเช่นกันค่ะ การทำขนมหรือทำกิจกรรมในบ้าน นอกจากเราจะมีขนมไว้ทานด้วยฝีมือเราเองแล้ว ยังเป็นกิจกรรมครอบครัวที่ช่วยปลูกฝังให้ลูกๆของเราด้วย … หลายครั้งค่ะที่ การทำขนมทานเองในบ้าน กลับกลายมาอาชีพที่สร้างรายได้มหาศาล ให้ใครหลายต่อหลายคนมาแล้ว Read more…


เตาไมโครเวฟ เป็นเครื่องใช้ในครัวที่แม่บ้านอย่างเราๆต้องซื้อมาติดไว้ในบ้าน เพราะหากขาดเจ้าสิ่งนี้แล้วเมื่อไร เรื่องง่ายๆหลายเรื่อง ก็จะกลายเป็นเรื่องยากขึ้นมาทันที ตัวอย่างเช่น: เพียงแค่คุณอยากอุ่นแกงถุงที่ซื้อมา จากเดิมต้องใส่ลงหม้อ .. เราลัดขั้นตอนเพียงแค่ใส่ชามแล้วนำเข้าเตาไมโครเวฟได้ทันที หรือง่ายๆอย่างต้ม มาม่า ปกติต้องต้มน้ำ เท่น้ำร้อนใส่ชามรออีก 5 นาทีถึงได้กิน ถ้าใช้เตาไมโครเวฟแล้วละก็ คุณสามารถ ฉีกซอง ใส่ชาม เติมน้ำ แล้วเข้าเตาไมโครเวฟ 3-5 นาที ปิ้ง!…ทานได้เลย…. เห็นไหมค่ะว่าความสะดวกมันเกิดจากตรงไหน ก็ตรงที่ช่วยเราลดขั้นตอนลงไป ให้ง่ายต่อการทำอาหารมากขึ้นค่ะ…เตาไมโครเวฟในบ้านเราปัจจุบันมีหลายรูปแบบ หลากหลายขนาด เหมาะทั้งครอบครัวเล็กครอบครัวขนาดใหญ่ แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่กำลังเริ่มต้นชีวิตการทำงานมักอาศัยอยู่ตามคอนโด อพาร์ทเม้นท์ คนเหล่านี้นิยมใช้เตาไมโครเวฟเป็นอุปกรณ์ช่วยทำอาหารเช่นกัน จริงๆแล้วเหมาะกับคอนโดสุดๆค่ะ เพราะทั้งเข้ารูปทรงเข้าเหลี่ยมมุม ใช้งานง่าย ไม่มีอุปกรณ์ต่อพ่วง จึงเหมาะกับวิถีคนรุ่นใหม่อย่างเราๆเสียจริงๆจ้า…..แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การใช้เตาไมโครเวฟอย่างผิดวิธี Read more…